ดันสมุนไพรไทยสู่เศรษฐกิจสุขภาพโลก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลุก Soft Power สร้างมูลค่าเพิ่มตลาดเวลเนส
กระแสการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตแบบองค์รวมกำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ส่งผลให้ตลาดเวลเนสและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยซึ่งมีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาสมุนไพรและความหลากหลายทางชีวภาพ กำลังเร่งยกระดับ “สมุนไพรไทย” จากสินค้าพื้นบ้านสู่หนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพแห่งอนาคต
ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดไลฟ์สไตล์และเวลเนสเต็มรูปแบบ ผ่านการจัดงาน “Herb in the City : เสน่ห์สมุนไพรใจกลางเมือง” ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปาร์ค กรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท พร้อมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สมุนไพรไทยมีความร่วมสมัย เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ และสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้มากขึ้น

สมุนไพรไทย รับอานิสงส์เทรนด์สุขภาพโลก
สถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ การป้องกันโรค และการดูแลตนเองผ่านผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจศักยภาพสูงของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไปจนถึงธุรกิจเวลเนสและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต

ยกระดับจากภูมิปัญญาสู่สินค้าไลฟ์สไตล์มูลค่าสูง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยจากสินค้าแบบดั้งเดิม สู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ผ่านการพัฒนาด้านการตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารอัตลักษณ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ในปี 2569 กรมฯ ได้ขับเคลื่อน 3 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาเมืองสมุนไพร การยกระดับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ Herb of the Year และการจัดงาน Herb in the City เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสมุนไพรไทยในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น

ปั้น ‘เมืองสมุนไพร’ เชื่อมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการพัฒนา ‘เมืองสมุนไพร’ โดยคัดเลือกจังหวัดเชียงรายและจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่ต้นแบบ ถ่ายทอดอัตลักษณ์สมุนไพรท้องถิ่นผ่านเรื่องราว วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของชุมชน
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทย แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก

ดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดเวลเนสมูลค่าสูง
ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ Herb of the Year ผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบรายบุคคล ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยในตลาดสุขภาพและเวลเนสที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ภายในงาน Herb in the City ยังรวบรวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรระดับพรีเมียม เวิร์กช็อปการประยุกต์ใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวัน นิทรรศการเมืองสมุนไพร และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์สมุนไพรไทยในฐานะสินค้าสุขภาพยุคใหม่

ชู Soft Power ไทย สู่เป้าหมาย ASEAN Herbal Hub
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “THINK Wellness THINK Thai Herb คิดถึงสุขภาพ คิดถึงสมุนไพรไทย” พร้อมสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรกลุ่ม Herbal Champions 15 ชนิด ให้สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพโลก
สถาพร กล่าวว่า สมุนไพรไทยถือเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีองค์ความรู้ด้านสมุนไพรที่สั่งสมมายาวนาน และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
“หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ สมุนไพรไทยจะไม่ใช่เพียงสินค้าสุขภาพ แต่สามารถต่อยอดสู่การเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสมุนไพรและเวลเนสของภูมิภาค หรือ ASEAN Herbal Hub ในอนาคต”
ที่มา:spacebar.th



