Home สรรพคุณสมุนไพร โทงเทง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นโทงเทงฝรั่ง 42 ข้อ !

โทงเทง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นโทงเทงฝรั่ง 42 ข้อ !

0
1

โทงเทงฝรั่ง

โทงเทงฝรั่ง ชื่อสามัญ : Hogweed, Ground cherry

โทงเทงฝรั่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Physalis angulata L., Physalis pubescens L. Var(ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Physalis esquirolii H. Léveillé & Vaniot. จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE)

สมุนไพรโทงเทงฝรั่ง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า : ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก บาต้อมต๊อก (เชียงใหม่), ปิงเป้ง (หนองคาย), ปุงปิง (ปัตตานี), ชาผ่อเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), จะเก๊าหลือ (ม้ง), ตะเงหลั่งเช้า (จีน), ขู่จี๋ หวงกูเหนียง (จีนกลาง), โคมจีน เป็นต้น

หมายเหตุ : โทงเทงชนิดนี้บางตำราก็เรียกว่า “โทงเทงบก” เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับต้นโทงเทงไทยที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Physalis minima L. (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ โทงเทงไทย) ซึ่งชนิดนี้จะมีขนาดของต้น ใบ และผลที่เล็กกว่าต้นโทงเทงฝรั่ง

ลักษณะของโทงเทงฝรั่ง

ต้นโทงเทงฝรั่ง : มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วโลก โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 30-100 เมตร ลำต้นแตกกิ่งจำนวนมากจนเป็นพุ่ม กิ่งเป็นเหลี่ยม ตามข้อมีขนเล็กน้อย ลำต้นอวบน้ำเปลือกเกลี้ยงเป็นสีเขียว ส่วนโคนของลำต้นเป็นสีม่วงแดงและค่อย ๆ จางไปถึงปลายยอด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ในประเทศไทยพบพรรณไม้ชนิดนี้ได้มากทางภาคเหนือ บริเวณป่าเปิดและที่ชุ่มชื้นทั่วไป ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,000 เมตร

ใบโทงเทงฝรั่ง : ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมหรือแหลมยาว โคนใบเป็นรูปลิ่มหรือมน แต่บางครั้งเบี้ยว ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นหยักซี่ฟันห่าง ๆ และบางครั้งก็ดูคล้ายเป็นพูตื้น ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียว ท้องใบมีขน มีเส้นแขนงใบประมาณ 5-7 คู่ ส่วนก้านใบยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร

ดอกโทงเทงฝรั่ง : ออกดอกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบ ก้านดอกมีความยาวได้ประมาณ 1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงดอกยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร แฉกลึกประมาณกึ่งหนึ่ง มีขนกระจาย มีเส้นกลีบเป็นสีเข้ม ส่วนกลีบดอกมีลักษณะเป็นรูประฆังบานคล้ายรูปกงล้อ เป็นสีเหลืองอ่อน เหลืองอ่อนแกมเขียว หรือเป็นสีขาว มีจุดสีน้ำตาลเรียงเป็นวงใกล้กับโคนกลีบดอกด้านใน ผิวกลีบมีขนกระจายด้านนอก ส่วนด้านในมีขนยาวที่โคน หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 4-8 มิลลิเมตร ปลายเป็นแฉกตื้น ๆ ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนาดยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ก้านเกสรเพศผู้หนาเป็นสีน้ำตาลอมสีเขียวยาวเท่ากัน ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ส่วนอับเรณูเป็นรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร เรณูเป็นสีเทา ส่วนรังไข่เป็นรีกลม ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร และก้านเกสรเพศเมียยาวเท่ากับก้านเกสรเพศผู้หรืออาจยาวกว่าเล็กน้อย ยอดเกสรเป็นตุ่ม ๆ หยักเป็นพู 2 พูสีเขียว โดยจะออกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

ผลโทงเทงฝรั่ง : ผลมีกลีบเลี้ยงที่ขยายหุ้มจนมิดผล มีลักษณะบาง มีสัน 10 สัน ตรงสันมีเส้นสีม่วงตามยาว ผิวเป็นเส้นแบบร่างแห ลักษณะของผลภายในเป็นรูปรีเกือบกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร ผลอ่อนกลมใสเป็นสีเขียวอ่อน เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ส่วนเมล็ดมีลักษณะกลมแบน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร เมล็ดมีเมือกหุ้มคล้ายกับมะเขือเทศจำนวนมาก โดยจะติดผลในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

สรรพคุณของโทงเทงฝรั่ง

  1. ทั้งต้นมีรสขม เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอด ตับ และทางเดินปัสสาวะ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ (ทั้งต้น)
  2. รากใช้ต้มกับน้ำรับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เป็นยารักษาโรคเบาหวาน (ราก)
  3. ต้นตลอดจนถึงรากเป็นยาแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ทั้งต้น) ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไอ (ทั้งต้น)
  4. ใช้แก้หวัดแดด ไอร้อนในปอด (ทั้งต้น)
  5. ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด ด้วยการใช้ทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัมนำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปเพิ่มความหวานเล็กน้อย โดยให้รับประทานหลังอาหารครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 10 วัน และให้หยุดยา 3 วัน หลังจากนั้นให้รับประทานต่อไปอีก 10 วัน แล้วก็พักอีก 3 วัน แล้วค่อยรับประทานต่อไปอีก 10 วัน อาการของหอบหืดจะดีขึ้น (ทั้งต้น)
  6. ทั้งต้นช่วยรักษาไอหืดเรื้อรัง (ทั้งต้น)
  7. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ ด้วยการใช้โทงเทง 25 กรัม นำมาต้มกับน้ำ ใช้เป็นยาอมกลั้วคอบ้วนปาก (ทั้งต้น)
  8. ใช้แก้อาการปวดศีรษะ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  9. ใช้ฝนหยอดตา แก้ตาแฉะ แก้ปวดเคืองในลูกตา แก้ตาอักเสบ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  10. ใช้รักษาคางทูม (ทั้งต้น)
  11. ช่วยแก้เหงือกบวม ด้วยการใช้โทงเทง 25 กรัม นำมาต้มกับน้ำ ใช้เป็นยาอมกลั้วคอบ้วนปาก (ทั้งต้น)
  12. ใช้เป็นยารักษาแผลในปาก ด้วยการใช้เยื่อหุ้มผลแห้งที่เอาเมล็ดออกแล้วหนัก 10 กรัม และเปลือกส้ม 6 กรัม นำมาต้มกับน้ำผสมน้ำตาลกรวดให้พอหวานเล็กน้อย แล้วใช้ดื่มต่างน้ำ (เยื่อหุ้มผลแห้งที่เอาเมล็ดออกแล้ว)
  13. ใช้แก้คออักเสบ แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำละลายกับเหล้า ใช้สำลีชุมน้ำยาอมไว้ข้างแก้ม แล้วกลืนน้ำผ่านลำคอทีละน้อย จะช่วยแก้ต่อมน้ำลายอักเสบ หรือจะละลายกับน้ำส้มสายชูก็ได้ จะช่วยแก้อาการอักเสบในลำคอได้ดีมาก (ทั้งต้น)
  14. ช่วยรักษาโรคคอตีบ (ทั้งต้น)
  15. ช่วยแก้ฝีในคอ ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำละลายกับเหล้า ใช้สำลีชุบน้ำอมไว้ข้างแก้ม แล้วค่อย ๆ กลืนน้ำผ่านลำคอทีละน้อย (ทั้งต้น)
  16. ใช้แก้โรคช่องปากอักเสบ ลิ้นอักเสบ (ทั้งต้น)
  17. แก้โรคเสียงแหบต่าง ๆ (ทั้งต้น) ใช้แก้เสมหะเป็นสีเหลือง (ทั้งต้น)
  18. ใบมีรสเปรี้ยว ใช้เป็นยาแก้น้ำลายพิการ (ใบ)
  19. ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ โดยใช้ต้นสด 150 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 10 วัน (ทั้งต้น)ใช้เป็นยาแก้ปวดหู (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  20. ใช้ทั้งต้นเป็นยาแก้บิด ด้วยการใช้โทงเทง 35 กรัม นำมาต้มรับประทานวันละ 2 ครั้ง โดยให้รับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 1-4 วัน (ทั้งต้น)
  21. รากใช้เป็นยาขับพยาธิ (ราก)
  22. ใช้เป็นยาระบาย (ทั้งต้น)
  23. ทั้งต้นเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะแสบร้อน (ทั้งต้น)
  24. ช่วยแก้ปัสสาวะเป็นเลือด (ทั้งต้น)
  25. แก้น้ำปัสสาวะเป็นสีเหลือง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  26. ช่วยแก้ลูกอัณฑะร้อน (ทั้งต้น)
  27. เมล็ดใช้เป็นยาแก้การเป็นหมัน (เมล็ด)
  28. ทั้งต้นใช้ลดอาการบวมน้ำ (ทั้งต้น)
  29. ช่วยรักษาดีซ่าน (ทั้งต้น)
  30. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (ทั้งต้น) ช่วยรักษาผิวหนังเป็นตุ่มหนอง (ทั้งต้น)
  31. ใช้เป็นยาแก้ปวดแสบปวดร้อน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  32. ทั้งต้นใช้ภายนอกเป็นยาแก้ฝี แก้ฝีหนอง (ทั้งต้น) บ้างว่าใช้ใบและผลเป็นยารักษาฝี (ใบ, ผล) ทั้งต้นใช้รักษาแผลมีหนอง (ทั้งต้น)บ้างว่าใช้ใบและผลทำเป็นยาทาแก้แผลเปื่อย (ใบ, ผล)
  33. ช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม อักเสบ (ทั้งต้น)
  34. ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้เล็บขบ (ทั้งต้น)
  35. ใช้เป็นยาแก้พิษ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)

ขนาดและวิธีใช้ : การใช้ตามถ้าเป็นยาแห้ง ให้ใช้ครั้งละ 15-35 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรืออาจใช้ร่วมกับยาชนิดอื่น ๆ ในตำรับยาก็ได้ตามต้องการ ส่วนต้นสดที่นำมาใช้ภายนอก ให้ใช้ตำพอกฝีหนอง หรือจะใช้ต้นสดนำมาต้มกับน้ำ ใช้ไอน้ำอบผิว หรือใช้น้ำต้มล้างแผลก็ได้

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโทงเทงฝรั่ง

  • ทั้งต้นของโทงเทงพบว่ามีสาร Physaline[2]
  • ในเมล็ดโทงเทงพบว่ามีน้ำมัน 21% ซึ่งในน้ำมันพบว่ามีสาร Linoleic acid, Oleic acid
  • สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ในโทงเทง เป็นสารที่ช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เมื่อใช้ทั้งต้นนำมาสกัดทำเป็นยาแก้ไอให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบจำนวน 36 คนรับประทาน พบว่าผลการรักษาผู้ป่วยหายดี ประสิทธิภาพในการรักษาคิดเป็น 67%
  • จากการทดสอบใช้โทงเทงในขนาด 35 กรัมเป็นยาแก้บิด ด้วยการนำมาต้มกับน้ำรับประทานวันละ 2 ครั้ง ใช้รับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1-4 วัน จากการรักษาผู้ป่วยจำนวน 100 คน พบว่ามีผู้ป่วยหายดีจำนวน 95 คน
  • จากการวิจัยของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสารสกัดจากต้นโทงเทงมีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ
  • ผลการวิจัยจากประเทศอินเดีย เมื่อ ค.ศ. 1973 พบว่า สารสกัดจากสมุนไพรโทงเทงสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยส่วนที่นำมาใช้ คือ ทั้งต้น ราก และเยื่อหุ้มผลแห้ง

ประโยชน์ของโทงเทงฝรั่ง

  1. ผลสุกของโทงเทงสามารถนำมารับประทานได้ มีรสหวานเอียน (กะเหรี่ยงแดง)
  2. ผลนำมาเป่าลมเล่นแล้วจะทำให้แตกเป็นของเล่นเด็ก (ม้ง)
  3. ด้วยคุณสมบัติของโทงเทงที่มีสรรพคุณในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง จึงได้มีการคิดค้นตำรับยารักษาโรคมะเร็งที่มีส่วนผสมของโทงเทงอยู่ในองค์ประกอบหลัก

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรโทงเทงฝรั่ง

  • สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้
  • การรับประทานสมุนไพรโทงเทงในช่วง 1-5 วันแรก บางคนอาจมีอาการวิงเวียนศรีษะ นอนไม่หลับ อึดอัด หงุดหงิด หลังจากนั้นอาการเหล่านี้ จะค่อยๆหายไปเอง
  • กลีบเลี้ยงของต้นมีสารพิษโซลานิน(Solanine)ที่สามารถก่อการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารได้ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วหลายชั่วโมงผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ปากและคอหอย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง ท้องร่วง อุณภูมิร่างกายสูง เป็นต้น ถ้ายังไม่อาเจียนออกจำเป็นต้องล้างท้อง ให้น้ำเกลือ ระวังอาการไตวาย ให้ยาเคลือบกระเพาะอาหาร ถ้ามีอาการชักแพทย์จะให้ยาแก้ชัก

ที่มา:medthai.com