กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชี้แจงหลังประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย หรือส่งออก หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2569 คุมเข้มสถานประกอบการ ต้องเป็นสถานพยาบาลหรือร้านขายยาที่จดทะเบียนถูกต้องเท่านั้น พร้อมเผย “ช่อดอก” ต้องจ่ายผ่านใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (ภ.ท.33) และมีระบบกำจัดกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ
นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย หรือส่งออก หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2569 ซึ่งมีการปรับปรุงกฎกติกาให้มีความรัดกุมและชัดเจนที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่ง “กฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดเงื่อนไขว่าจะอนุญาตให้เฉพาะสถานประกอบการที่เป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะสามารถขออนุญาตดำเนินการได้ ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการกัญชาทางการแพทย์อยู่ในมือของผู้ประกอบวิชาชีพที่มีมาตรฐานอย่างแท้จริง”
สำหรับรายละเอียดการบังคับใช้กฎหมาย แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน ยังคงสามารถใช้ “ช่อดอกกัญชา” ดูแลผู้ป่วยได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมที่เข้มงวด ดังนี้ 1.การจ่ายยา ต้องผ่านใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (ภ.ท.33) จ่ายได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และต้องเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบ ณ สถานประกอบการเป็นเวลา 1 ปี 2.บุคลากร ต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรความรู้กัญชาทางการแพทย์เบื้องต้นตามที่กรมฯ กำหนด ประจำอยู่ตลอดเวลาเปิดทำการ 3.สถานที่และการจัดเก็บ ต้องแยกช่อดอกเป็นสัดส่วน ห้ามสัมผัสพื้นโดยเด็ดขาด และต้องมีระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพไม่ให้รบกวนสาธารณะ 4.บทลงโทษ หากเคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ผู้อนุญาตมีสิทธิ์พิจารณาไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้กับผู้รับอนุญาตรายดังกล่าว

ด้าน นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กรมฯ มีหน้าที่กำกับดูแลกัญชาในฐานะสมุนไพรควบคุมเฉพาะส่วนของ “ช่อดอกกัญชา” ซึ่งผู้ที่ต้องการจะศึกษาวิจัยหรือส่งออก หรือจำหน่าย หรือแปรรูป ต้องมีใบอนุญาตที่ออกโดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ สำหรับพื้นที่ กทม. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ ทั้งนี้ กรณีส่งออกและจำหน่ายช่อดอกกัญชา ส่วนของช่อดอกนั้นต้องผ่านการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีที่กรมฯ รับรองด้วย
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ยืนยันว่าการออกกฎกระทรวงในครั้งนี้ เป็นการสร้างมาตรฐานการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสนับสนุนให้สมุนไพรไทยเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ
ประชาชนหรือผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ประสานงานและให้ข้อมูลกัญชาทางการแพทย์ (Call Center) 0 2257 7042 ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.00 น.
ที่มา:pr.moph.go.th

































