หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร ประโยชน์ “ใบย่านาง” สมุนไพรพันปีบ่เฒ่า ขับสารพิษในเลือด ตับ ไตได้ดี

ประโยชน์ “ใบย่านาง” สมุนไพรพันปีบ่เฒ่า ขับสารพิษในเลือด ตับ ไตได้ดี

1
0

เปิดความลับ “ย่านาง” สมุนไพรบ้านๆ ที่ได้ฉายา หมื่นปีบ่เฒ่า เผยคุณค่าโภชนาการสุดทรงพลัง และเคล็ดลับเด็ดช่วยตัดกรดยูริกในหน่อไม้ที่สายกินต้องรู้

รู้จัก ย่านาง สมุนไพรพันปีบ่เฒ่า สารอาหารแน่น ล้างสารพิษ ดีต่อร่างกาย

หากพูดถึงเมนูเด็ดอย่างแกงหน่อไม้หรือแกงขี้เหล็ก สิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ น้ำใบย่านาง สีเขียวเข้มข้นที่ช่วยชูรสชาติให้อร่อยนัวนึกถึงบ้าน แต่รู้หรือไม่ว่า สมุนไพรไม้เลื้อยธรรมดาๆ ที่ขึ้นอยู่ตามริมรั้วชนิดนี้ มีคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาที่มหัศจรรย์จนได้รับฉายาในบางท้องถิ่นว่าเป็นยาอายุวัฒนะเลยทีเดียว

ย่านาง ไม้เลื้อยสารพัดชื่อเรียก

ย่านาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tiliacora triandra (Colebr.) Diels. จัดอยู่ในวงศ์ Menispermaceae เป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันตามต้นไม้อื่น ซึ่งแต่ละภาคก็มีชื่อเรียกท้องถิ่นที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์น่าสนใจ ดังนี้

  • ภาคอีสาน: เรียกว่า หญ้านาง หรือ หมื่นปีบ่เฒ่า ซึ่งมีความหมายสุดลึกซึ้งว่า ใครที่กินเป็นประจำจะช่วยชะลอความแก่ชรา
  • ภาคเหนือ: เรียกว่า จอยนาง หรือ ผักจอยนาง
  • ภาคกลาง: เรียกว่า ย่านาง, หญ้าภคินี หรือ เถาวัลย์เขียว
  • ภาคใต้: เรียกว่า ย่านาง, ยานนาง, ขันยอ หรือ หยาดนาง

เปิดคุณค่าทางโภชนาการในใบย่านาง

ใบย่านางไม่ได้มีดีแค่สีเขียว แต่เป็นคลังสารอาหารชั้นยอด โดยอ้างอิงข้อมูลความน่าเชื่อถือจาก สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (Thai Food Composition, Institute of Nutrition) พบว่าใบย่านางสดปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 95 กิโลแคลอรี และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญมากมาย

ในส่วนของสารอาหารหลักประกอบไปด้วย โปรตีน 15.5 เปอร์เซ็นต์ เส้นใยอาหาร 7.9 กรัม และแทนนิน 0.21 เปอร์เซ็นต์ ด้านแร่ธาตุสำคัญพบว่ามี แคลเซียมสูงถึง 155 มิลลิกรัม (หรือคิดเป็น 1.42 เปอร์เซ็นต์) เหล็ก 70 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 1.29 เปอร์เซ็นต์ และฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม (หรือ 0.24 เปอร์เซ็นต์)

นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินบำรุงร่างกาย ได้แก่ วิตามินซี 141 มิลลิกรัม วิตามินเอ 306.25 ไอยู ไนอะซิน 1.4 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.36 มิลลิกรัม และวิตามินบีหนึ่ง 0.03 มิลลิกรัม

ประโยชน์ดีๆ ในมื้ออาหาร: เคล็ดลับสยบกรดยูริก

ในอดีตภูมิปัญญาไทยนิยมนำย่านางมาปรุงอาหารหลายชนิด เช่น น้ำคั้นใบย่านางสำหรับใส่ใน แกงหน่อไม้, ซุบหน่อไม้ หรือแกงขี้เหล็ก ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมแล้ว น้ำใบย่านางยังมีฤทธิ์ช่วยลดผลกระทบจากกรดยูริกที่มีอยู่มากในหน่อไม้ ทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ทานแล้วไม่ปวดข้อหรือปวดเข่า ส่วนยอดและใบอ่อนก็นิยมนำมาลวกจิ้มกินคู่กับน้ำพริกได้อย่างเอร็ดอร่อย

ย่านางกับการดีท็อกซ์และเสริมภูมิคุ้มกัน

ไฮไลต์สำคัญของใบย่านางคือการเป็นเครื่องดื่มล้างสารพิษยอดฮิต เนื่องจากในใบย่านางมีสารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เข้มข้น ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ ส่งผลดีต่อร่างกายในหลายด้านดังนี้

  • กระตุ้นการไหลเวียนเลือด: ช่วยให้ระบบไหลเวียนและการผลัดเม็ดเลือดแดงทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • ขับล้างสารพิษ (Detox): ช่วยขจัดสารพิษตกค้างออกจากระบบเลือด ตับ และไต
  • เสริมภูมิต้านทาน: ยกระดับให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: หนังสือ Thai Food Composition โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

จะเห็นได้ว่า ย่านาง ไม่ใช่แค่ผักพื้นบ้านธรรมดาๆ แต่เป็นสมุนไพรไทยที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางยาและโภชนาการอย่างแท้จริง วันไหนมีเมนูหน่อไม้ อย่าลืมมองหาน้ำใบย่านางมาใส่คู่กัน หรือจะคั้นดื่มสดๆ เพื่อรีเฟรชร่างกายและล้างสารพิษก็ดีต่อสุขภาพไม่น้อยเลยค่ะ

ที่มา:sanook.com