หน้าแรก สรรพคุณสมุนไพร สมุนไพรช่วยบำบัดอาการสมองเสื่อมได้หรือไม่

สมุนไพรช่วยบำบัดอาการสมองเสื่อมได้หรือไม่

1
0

มีการกล่าวถึงพืชและสมุนไพรบางชนิดว่าช่วยรักษาอาการสมองเสื่อมได้ แต่ในความเป็นจริง คุณสมบัติในการบำบัดรักษายังไม่มีผลการทดลองที่สมบูรณ์ สมุนไพรบางชนิดมีผลทำลายสมองโดยตรง บางชนิดเสริมฤทธิ์กับยาที่ผู้มีภาวะสมองเสื่อมใช้อยู่ จึงส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นควรระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

พืชและสมุนไพรที่มักจะมีการกล่าวถึงมีดังนี้

บัวบก

พืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทย (ชื่อวิทยาศาสตร์ Centella asiatica (L.) Urb.) มีสารออกฤทธิ์สำคัญป็นสารกลุ่มไตรเทอร์พีน (triterpenes) ได้แก่ madecassic acid, asiatic acid, asiaticoside และ madecassoside เป็นต้น

คุณสมบัติ : ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ปกป้องเซลล์ประสาท เพิ่มประสิทธิภาพการคิดและการรับรู้และต้านความจำเสื่อม
งานวิจัยในปัจจุบัน : มีการทดลองให้อาสาสมัครอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะบกพร่องทางการรับรู้เล็กน้อย (ยังไม่ใช่สมองเสื่อม) รับประทานสารสกัดบัวบกตามขนาดที่กำหนด พบว่าช่วยฟื้นฟูกระบวนการคิดและการรับรู้ ช่วยลดความเครียด ลดความดันโลหิต และช่วยให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น

*ยังไม่มีการทดลองกับผู้มีภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวัง : สารในบัวบกมีฤทธิ์ต้านการเกิดลิ่มเลือด จึงควรระมัดระวังในการใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกิดลิ่มเลือด และยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน เพราะอาจเสริมฤทธิ์กันจนเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

พรมมิ

พรมมิหรือ ผักมิ เป็นผักพื้นบ้านของไทย ใช้เป็นผักลวกหรือจิ้มน้ำพริก (ชื่อวิทยาศาสตร์ Bacopa monnieri (L.) Pennell) สารออกฤทธิ์สำคัญที่มีผลต่อระบบประสาทเป็นสารกลุ่ม triterpenoid saponin ที่ชื่อว่า bacosides

คุณสมบัติ : เป็นยาบำรุงสมองและความจำ บำรุงประสาท บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ยาขับโลหิต แก้ไข้ขับพิษร้อน และขับเสมหะ
งานวิจัยในปัจจุบัน : มีการศึกษาการรับประทานสารสกัดพรมมิต่อการฟื้นฟูความจำในอาสาสมัครอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปที่มีภาวะสูญเสียความจำเนื่องจากอายุมาก โดยให้รับประทานแคปซูลสารสกัดพรมมิตามขนาดและเวลาที่กำหนด พบว่าการรับประทานพรมมิช่วยให้มีทักษะในการเรียนรู้และความจำดีขึ้น

*อาสาสมัครบางรายมีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร และมีอาการคลื่นไส้

องค์การเภสัชกรรมผลิตพรมมิในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อใช้บำรุงสมองและความจำ เนื่องจากการวิจัยส่วนใหญ่ให้ผลเชิงบวก และค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ฟื้นฟูภาวะความจำเสื่อม

อัญชัน

อัญชันเป็นไม้ล้มลุกที่พบเห็นได้ทั่วไป มีดอกสีน้ำเงินเข้ม น้ำเงินอมม่วง หรือขาว เป็นพืชตระกูลถั่วฝักเมล็ดกลม เช่นเดียวกับถั่วลันเตาและถั่วพู (ชื่อวิทยาศาสตร์ Butterfly pea (Clitoria ternatea L.)

คุณสมบัติ : ใช้ในการดูแลความงาม ใช้เป็นผักสดหรือลวกจิ้มน้ำพริก ผลิตสีผสมอาหารและเครื่องดื่ม ใช้รักษาและบำรุงดวงตา ผสมยาสีฟันแก้ปวดฟัน ต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ แก้ฟกช้ำบวม พิษแมลงกัดต่อย สระผมแก้ผมร่วง บำรุงสมองและความจำ
งานวิจัยในปัจจุบัน : งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า มีฤทธิ์กระตุ้นการเรียนรู้และความจำ ช่วยคลายความเครียด และวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับ ลดน้ำตาลในเลือด แก้ไข้ แก้ปวด และต้านการอักเสบ

*งานวิจัยจำนวนมากทั้งหมดเป็นการศึกษาในระดับสัตว์ทดลอง ยังไม่มีรายงานการวิจัยในคน จึงยังไม่สามารถระบุขนาดและวิธีใช้ที่เหมาะสมได้

ข้อควรระวัง : การใช้อัญชันผสมในขนม อาหาร หรือใช้ดอกแห้งชงเครื่องดื่ม ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด หรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน และ warfarin เป็นต้น อาจมีผลเสริมฤทธิ์กันจนเกิดอันตรายต่อร่างกาย หากต้มน้ำดื่มหรือชาชง ไม่ควรเข้มข้นมาก ไม่ควรดื่มแทนน้ำ ผู้ที่แพ้ดอกไม้หากมีอาการระคายเคืองควรหยุดใช้ทันที

กระทงลาย

กระทงลายหรือกระทุงลาย เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ พบได้ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ชื่อวิทยาศาสตร์ Celastrus paniculatus Willd)

คุณสมบัติ : กระตุ้นประสาท เพิ่มประสิทธิภาพความจำ บำรุงโลหิต รักษาวัณโรค แก้ไข้มาลาเรีย ขับเหงื่อ แก้ปวดท้อง ท้องเดิน
งานวิจัยในปัจจุบัน : พบว่าป้องกันการถดถอยและเพิ่มความสามารถด้านการเรียนรู้และจดจำในหนูที่มีภาวะสมองเสื่อมได้ มีฤทธิ์คลายเครียดและวิตกกังวล มีแนวโน้มที่ดีในการนำมาพัฒนาเพื่อใช้บรรเทาอาการของโรคสมองเสื่อม

*เป็นเพียงการทดสอบในสัตว์ทดลองเท่านั้นยังไม่ได้ทดลองในคน และยังพบว่าเกิดพิษต่อตับและไตในสัตว์ทดลอง จึงไม่แนะนำให้ใช้

ว่านน้ำ

ว่านน้ำเป็นไม้ขึ้นริมหนองน้ำ คูคลอง หรือบริเวณน้ำขัง ใบยาวเรียวแหลม มีเหง้า เนื้อในเหง้ามีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อนฉุนและขม (ชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus L.)

คุณสมบัติ : บำรุงธาตุ เป็นยาหอม ช่วยเจริญอาหาร บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง บำรุงประสาท แก้ปวดศีรษะ แก้อาการวิงเวียน เป็นต้น
งานวิจัยในปัจจุบัน : การทดลองในสัตว์ทดลองสามารถเพิ่มการเรียนรู้และป้องกันการสูญเสียความจำ ลดความเครียด เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ

*เป็นเพียงการศึกษาเฉพาะในสัตว์ทดลองเท่านั้น ยังไม่แนะนำให้ใช้เพื่อรักษาสมองเสื่อม

สมอไทย

เป็นพืชท้องถิ่นในเอเชียใต้ ผลสีเขียวอมเหลืองหรือแดง เมื่อแห้งเป็นสีดำ เป็นสมุนไพรที่นำมาใช้ทำเป็นยาไทยได้หลายส่วน (ชื่อวิทยาศาสตร์ Terminalia chebula Retz.)

คุณสมบัติ : กำจัดสารพิษ รักษาอาการท้องผูกเรื้อรัง ชำระล้างลำไส้ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ
งานวิจัยในปัจจุบัน : พบว่าสามารถป้องกันการสูญเสียความสามารถในการเรียนรู้และจดจำของสัตว์ทดลองได้ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

*เป็นเพียงการศึกษาเฉพาะในสัตว์ทดลองเท่านั้น ยังไม่แนะนำให้ใช้เพื่อรักษาสมองเสื่อม

โสนน้อยหรือกระเฉดบก

เป็นวัชพืชล้มลุกสูง 1 เมตร มีใบประกอบแบบเดียวกับกระเฉด ดอกสีเหลืองสด ขึ้นทั่วไปในเขตร้อน (ชื่อวิทยาศาสตร์ Chamaecrista mimosoides (L.) Greene)

คุณสมบัติ : แก้บิด แก้ปวดท้อง ใบและต้นมีพิษ ใช้เบื่อปลา
งานวิจัยในปัจจุบัน : การศึกษาฤทธิ์ของโสนน้อยต่อภาวะสมองเสื่อมและความจำยังมีน้อย และเป็นเพียงการทดสอบในหลอดทดลองเท่านั้น

บอระเพ็ด

เป็นไม้เลื้อยที่พบตามป่าดิบแล้ง เป็นสมุนไพรไทยที่มีการใช้เป็นส่วนผสมของยาไทยมานาน มีรสชาติขมจัด (ชื่อวิทยาศาสตร์ Tinospora crispa (L.) Hook.f. & Thomson)

คุณสมบัติ : มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอวัย ช่วยให้ผมดกหนา ลดผมหงอกผมร่วง แก้คันหนังศีรษะและรังแค แก้กระหายน้ำ บำรุงร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความอ้วน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอาการเลือดคั่งในสมอง แก้อาการเกร็ง
งานวิจัยในปัจจุบัน : การศึกษาฤทธิ์ของบอระเพ็ดต่อภาวะสมองเสื่อมและความจำยังมีน้อย และเป็นเพียงการทดสอบในหลอดทดลองเท่านั้น

พืชทำร้ายทำลายสมอง

พืชที่มีผลต่ออาการสมองเสื่อม หรือเป็นพิษต่อระบบประสาทและสมอง มีดังนี้

1.ใบทุเรียนเทศ
2.ฝิ่น
3.กัญชา
4.ยาสูบ จึงควรเลี่ยงการใช้พืชดังกล่าวกับผู้มีภาวะสมองเสื่อม

ที่มา:caregiverthai.com