หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร โด่ไม่รู้ล้ม ตำรับยาพื้นบ้าน

โด่ไม่รู้ล้ม ตำรับยาพื้นบ้าน

2
0

โด่ไม่รู้ล้ม คือสมุนไพรชนิดหนึ่งที่คนสนใจสมุนไพรรุ่นใหม่ๆ เข้าใจไปว่าเป็นยาบำรุงทางเพศเพราะชื่อสื่อไปทำนองนั้น ทำให้การบันทึกและเผยแพร่สรรพคุณเรื่องนี้ขจรขจายไปทั่ว ทั้งๆ ที่รากความรู้ดั้งเดิมไม่ได้เน้นเกี่ยวกับเรื่องนี้

โด่ไม่รู้ล้ม จัดเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ทานตะวัน (Asteraceae) ที่จริงชื่อนั้นบ่งบอกลักษณะทางกายภาพมากกว่าสรรพคุณ เพราะจะเหยียบย่ำหรือกระทืบจนติดดินลำต้นก็กลับมาตั้งตรงสมคำว่า “โด่ไม่รู้ล้ม” นั่นเอง

ในทางพฤกษศาสตร์ จัดอยู่ในสกุล Elephantopus ชื่อนี้มาจากภาษากรีกมีความหมายว่า “เท้าช้าง” หากดูจากลักษณะใบที่เรียงเป็นกระจุกที่โคนต้น ใบเอนในแนวระนาบกับพื้นทำให้มีลักษณะเหมือนรอยเท้าช้าง แต่คนไทยไม่เรียกชื่อเปรียบเปรยเกี่ยวกับช้าง สำหรับพืชสกุล Elephantopus ในโลกนี้มีการรายงานว่ากระจายตัวทุกทวีปรวมแล้ว 21 ชนิด ในประเทศไทยพบเพียง 2 ชนิด คือ Elephantopus mollis Kunth และ Elephantopus scaber L. ทั้ง 2 ชนิดมีชื่อไทยเหมือนกันคือ โด่ไม่รู้ล้ม เพราะดูจากลักษณะภายนอกแล้วเหมือนกันมาก

โด่ไม่รู้ล้มชนิด Elephantopus mollis Kunth มีลำต้นตั้งตรงและแตกกิ่งก้านในช่วงครึ่งบน ไม่น่าเชื่อว่าจะสูงได้ถึง 1 เมตร ใบเป็นรูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน เรียงเป็นกระจุกที่โคนต้นและมีขนหยาบทั่วใบ ดอกเป็นช่อกระจุกแน่นขนาดเล็ก มีสีขาวถึงชมพูอ่อน ผลเป็นแบบผลแห้งไม่แตก มีรูปไข่กลับ ชนิดนี้ยังไม่มีรายงานว่านำมากินเป็นอาหารแต่มีรายงานว่ามีความเป็นพืชพิษในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายฝั่งเอมริกาใต้นำส่วนของใบมาขยี้แล้วบีบน้ำที่ได้จากใบลงบนบริเวณที่คันและบริเวณที่น้ำกัดเท้า กลุ่มชาติพันธุ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ใช้ใบสด ตำให้ละเอียดหรือใบแห้งบดให้เป็นผง ใช้พอกหรือโรยแผล และยังพบการใช้ทุกส่วนของพืช (ทั้งห้า) ในการต้านแบคทีเรีย ต้านไวรัส รักษาภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาลดไข้ บำรุงตับ รักษาแผลและต้านการอักเสบจากแผล และช่วยให้อาเจียน

มีการศึกษาเชิงลึกของโด่ไม่รู้ล้มชนิดนี้พบว่ามีสารสำคัญ เซสควีเทอร์ปีนแลคโทน (sesquiterpene lactone) และดีออกซีอิลิแฟนโทพิน (deoxyelephantopin) ซึ่งทดลองในสัตว์ทดลอง (หนู) พบว่าสารสกัดจากทั้งต้นของสมุนไพรชนิดนี้สามารถยับยั้งมะเร็งคาร์ซิโนซาร์โคมา Walker-256 อย่างมีนัยสำคัญ

ชนิดที่ 2 โด่ไม่รู้ล้มชนิด Elephantopus scaber แยกออกเป็น 2 วาไรตี้ คือ Elephantopus scaber var. penicillatus Gagnep. และ Elephantopus scaber var. scaber การแยกวาไรตี้นี้ตามหลักวิชาการพบว่าลักษณะของขนที่ช่อดอกและใบ โดยที่ Elephantopus scaber var. penicillatus Gagnep. มีขนหนาแน่นกว่าอีกวาไรตี้ แต่ชาวบ้านไทยก็มีภูมิปัญญาน่าสนใจแยกออกเป็น 2 แบบตามลักษณะของใบ ชนิดที่มีใบยกตัวขึ้นจากพื้นดิน หมอพื้นบ้านทางพัทลุงเรียกว่า “ปราบดิน” ส่วนหมอพื้นบ้านที่สุรินทร์เรียกว่า “กระต่ายขาลา” แต่ชนิดที่มีใบแผ่ราบไปกับพื้นดินจึงจะเรียกว่าโด่ไม่รู้ล้ม

ชื่อเรียกอื่นๆ ของโด่ไม่รู้ล้มวาไรตี้ Elephantopus scaber var. penicillatus Gagnep. ก็เรียกโด่ไม่รู้ล้ม ขี้ไฟนกคุ่ม ถิ่นกำเนิดในลาว ไทย เวียดนาม แหล่งที่พบในประเทศไทย เลย สกลนคร นครราชสีมา อุบลราชธานี ชลบุรี

สำหรับ Elephantopus scaber var. scaber มีชื่อท้องถิ่นที่หลากหลาย เช่น ช้างย่ำเปอะ (ตาก) ขี้ไฟนกคุ่ม (เลย) คิงไฟนกคุ่ม (ภาคอีสาน) เคยโป้ หญ้าไก่นกคุ่ม หญ้าปราบ หญ้าไฟนกคุ่ม หญ้าสามสิบสองหาบ หนาดผา (ภาคเหนือ) โด่ไม่รู้ล้ม (ภาคกลาง) หนาดแคลน (สุราษฎร์ธานี) มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Prickly leaved elephant’s foot ในประเทศอินเดียรายงานว่าชนิดนี้สามารถนำใบมาประกอบอาหารได้ ลักษณะคล้ายผักโขม นอกจากนี้ ทั้งต้นทำให้แห้งแล้วนำมาบดให้เป็นผงนำมาผสมกับต้น Jacobaea raphanifolia (Wall. ex DC.) B.Nord. หรือต้น Polygala arvensis Willd. เพื่อทำลูกแป้งสำหรับทำเหล้าพื้นบ้านด้วย

สรรพคุณที่กล่าวถึงในไทยไม่ได้แยกว่าเป็นวาไรตี้ไหนเหมือนนำมาใช้ทดแทนกันได้ เช่น ชุมชนบนพื้นที่สูงใช้ทั้งต้นทั้งราก นำไปตากแห้ง ต้มน้ำดื่มหรือใช้ดองเหล้า สำหรับบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย ปวดหลังปวดเอว ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ รักษานิ่ว หมอยาพื้นบ้านทั่วไป ใช้รากขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้หวัด แก้ไข้จับสั่น ขับเหงื่อ แก้เจ็บคอ แก้ไอ แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย แก้บิด บำรุงหัวใจ เป็นยาบำรุง แก้กระษัย แก้นิ่ว แก้โรคแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิโดยเฉพาะพยาธิตัวกลม บีบมดลูก ขับระดู เป็นยาคุมสำหรับหญิงที่คลอดบุตรใหม่ แก้อาเจียน บวมอักเสบทั้งหลาย รักษาโรคบุรุษ ต้มเอาน้ำอมแก้ปวดฟันและแผลเปื่อยในปาก ยังใช้ภายนอก เช่น แก้ฝี แผลมีหนอง แก้แมลงมีพิษกัดต่อย แก้แผลงูกัด มีสูตรยาใช้ใบสดประมาณ 2 กำมือ เคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ทาแผล แก้โรคผิวหนังผื่นคัน และรักษาบาดแผล

ตัวอย่างตำรับยาพื้นบ้านอีสาน เช่น ตำรับของนายบุญมา เมืองเพีย (หมอเฮือง) จ.สกลนคร แก้ไข้หมากไม้อีสุกอีใส ตัวยาหญ้าพันงู (Achyranthes aspera L.) คิงไฟนกคุ่ม (Elephantopus scaber) รากพุงหมู (Stephanotis volubilis (L.f.) S.Reuss, Liede & Meve) รากส่องฟ้า (Clausena harmandiana (Pierre) Guillaumin) รากมะเขียบ (Annona squamosa L.) รากตะโหนด (Borassus flabellifer L.) รากพิลา (Punica granatum L.) ผลของหนาวเดือนห้า (Erycibe subspicata Wall. ex G.Don) และยาแก้เส้น แก้เอ็น สูตรของหลวงพ่อโกวิทย์ วัดบ้านหนองทุ่ม จ.มหาสารคาม ยาประกอบด้วย กฤษณา (Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte) รากก้นครก (Polyalthia debilis (Pierre) Finet & Gagnep.) รากต้องแล่ง (Polyalthia evecta (Pierre) Finet & Gagnep.) สมัดน้อย (Micromelum minutum (G.Forst.) Wight & Arn.) สมัดใหญ่ (Clausena excavata Burm.f.) ยาหัวข้อ (Premna herbacea Roxb.) ฝางแดง (Biancaea sappan (L.) Tod.) คิงไฟนกคุ่ม (Elephantopus scaber)

ชื่อโด่ไม่รู้ล้มตื่นตาตื่นใจ แต่ยังขาดการศึกษาเจาะลึกทั้ง 2 วาไรตี้ที่คนไทยใช้กันทั่วไป เชียร์ๆ นักวิจัยหันมาสนใจกันบ้าง

ที่มา:matichon.co.th

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่