หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร ช้อยนางรำ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นช้อยนางรำ 13 ข้อ !

ช้อยนางรำ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นช้อยนางรำ 13 ข้อ !

1
0

ช้อยนางรำ

ช้อยนางรำ ชื่อสามัญ : Telegraph plant, Semaphore plant
ช้อยนางรำ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Codariocalyx motorius (Houtt.) H.Ohashi

ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ : Codariocalyx gyrans (L.f.) Hassk., Codoriocalyx motorius var. glaber X.Y. Zhu & Y.F. Du, Desmodium gyrans (L.f.) DC., Desmodium gyrans var. roylei (Wight & Arn.) Baker, Desmodium motorium (Houtt.) Merr., Desmodium roylei Wight & Arn., Hedysarum gyrans L.f., Hedysarum motorium Houtt., Meibomia gyrans (L.f.) Kuntze)

จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว : (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) อยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรช้อยนางรำ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า : ว่านมีดยับ หว้านมีดยับ (ลำพูน), แพงแดง (ประจวบคีรีขันธ์), ค่อยช้างรำ ช้อยช่างรำ นางรำ (ไทย), แพวแดง (อรัญประเทศ), เคยแนะคว้า (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) เป็นต้น

ลักษณะของช้อยนางรำ

ต้นช้อยนางรำ

จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็กจำพวกหญ้า ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 90 เซนติเมตร ส่วนผิวของลำต้นนั้นจะเป็นสีไม้แห้ง จัดเป็นว่านชนิดหนึ่ง แต่กลับไม่ใช่พืชลงหัวอย่างว่านทั่วไป พรรณไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มักขึ้นเองตามป่าชื้นทั่วไป หรือมีปลูกไว้ตามบ้านเพื่อไว้ดูเล่นเป็นของแปลก ๆ และได้มีผู้นำเข้ามาปลูกไว้ที่สวนหลังวัดพญา ในปัจจุบันหาได้ค่อนข้างยาก

ใบช้อยนางรำ

ใบแยกเป็นใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยแต่ละใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบมน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียว ผิวใบด้านบนเป็นมัน ส่วนด้านล่างมีขนละเอียด

ดอกช้อยนางรำ

ดอกแทงออกจากด้านข้างหรือที่ยอด เป็นช่อดอกแบบติดดอกสลับ ก้านช่อดอกมีขน ดอกมีขนาดเล็กคล้ายดอกถั่วแปบ แต่จะมีขนาดเล็กกว่าถั่วแปบมาก โดยกลีบดอกจะเป็นสีม่วงปนขาวหรือสีม่วงแดง และมีกลีบเลี้ยงเป็นรูปกระดิ่ง

ผลช้อยนางรำ

ผลมีลักษณะเป็นฝักแบน มีขนาดกว้างประมาณ 0.3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ภายในฝักจะมีเมล็ดประมาณ 2-6 เมล็ด เมล็ดเป็นสีดำ ลักษณะคล้ายกับเมล็ดถั่วดำ แต่จะมีขนาดเท่าหัวไม้ขีด

สรรพคุณของช้อยนางรำ

  1. ต้น ราก และใบ ใช้ต้มดื่มเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วย (ต้น, ราก, ใบ)
  2. ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้พิษ และแก้ฝีภายใน (ใบ)
  3. ใช้เป็นยาแก้ไข้ประสาทพิการ แก้ไข้รำเพรำพัด (ต้น, ราก, ใบ)
  4. ลำต้นมีสรรพคุณเป็นยาดับพิษร้อนภายใน (ลำต้น)
  5. ลำต้นใช้เป็นยาแก้ฝีภายใน ฝีในท้อง (ลำต้น)
  6. ต้น ราก และใบ ใช้ต้มดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ (ต้น, ราก, ใบ)
  7. แพทย์แผนโบราณจะใช้ต้น ราก และใบของว่านชนิดนี้นำมาโขลกให้ละเอียดกวนกับปรอทในน้ำหนักเท่ากัน ๆ จะทำให้ปรอทแข็งตัว (ต้น, ราก, ใบ)
  8. ใช้เข้ากับยาแผนโบราณได้หลายขนาน โดยเด็ดใบไปต้มเข้ากับตัวยาอื่น ๆ (ใบ)
SONY DSC

ประโยชน์ของช้อยนางรำ

  1. พรรณไม้ชนิดนี้มีปลูกกันบ้างไว้ดูเล่นเป็นไม้แปลก ๆ แต่ค่อนข้างปลูกเลี้ยงยาก กระทบกระเทือนมากก็อาจตายเอาดื้อ ๆ จึงต้องปลูกและกระทำอย่างระมัดระวัง
  2. พรรณไม้ชนิดนี้บางคนจะนำมาปลูกไว้ในกระถาง แล้วนำไปใส่ในตู้ไว้โดยไม่ให้ถูกลมพัด แล้วจึงช่วยกันตบมือ ใบอ่อนของพรรณไม้ชนิดนี้ก็จะกระดิกได้เป็นจังหวะ ถึงแม้ว่าเราจะจ้องดูอยู่โดยไม่ให้มันเคลื่อนไหว ซึ่งมันจะกระดิกไปเองตามธรรมชาติของมัน จึงจัดว่าเป็นพรรณไม้ที่น่าอัศจรรย์ชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่าคงเป็นเพราะต้นไม้นี้มีปุ่มที่สามารถรับเครื่องเสียงและคลื่นเสียงได้ และคงไปกระทบต่อสารภายในของต้น แล้วส่งผลให้หูใบกระดิกหรือเคลื่อนไหวได้ในลักษณะเหมือนนางรำในละคร จึงเป็นที่มาของอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “สาวน้อยเริงระบำ“
  3. ช้อยนางรำเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีความเชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งโบราณเรียกว่านกายสิทธิ์ นับถือกันมาแต่โบราณว่าเป็นไม้กายสิทธิ์ มีอำนาจทางโชคลาภและเมตตามหานิยม หากบ้านหรือร้านค้าใดปลูกไว้ก็จะช่วยกวักเรียกเงินทองมาสู่ผู้ปลูกแบบไม่ขาดสาย
  4. ช้อยนางรำจัดเป็นสมุนไพรที่สามารถต้านความชราหรือต้านอนุมูลอิสระได้ดี ซึ่งจากการนำใบช้อยนางรำชนิดแห้ง (ชาแห้ง) หนัก 1 กรัม นำมาชงด้วยน้ำร้อนปริมาตร 50 มิลลิลิตร (ประมาณ 1 ถ้วย) พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับไวตามินซี 12 มิลลิกรัม และสรุปผลจากรายงานยังพบว่า ชาช้อยนางรำนี้มีการปนเปื้อนของสารโลหะหนักน้อยมากและไม่พบโลหะเป็นพิษ ที่สำคัญยังมีประโยชน์ทางด้านโภชนาการหลายอย่าง โดยพบว่าน้ำที่สกัดได้จากใบมีเกลือแร่ คือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม และมีกลุ่มไวตามิน ได้แก่ ไวตามินเอ เบต้าแคโรทีน ไวตามินซี และยังมีคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีคุณสมบัติชีวภาพในการช่วยขับล้างสารพิษออกจากร่างกายได้[3]
  5. ในปัจจุบันชาวอุดรธานีจะนำสมุนไพรชนิดนี้มาทำเป็นใบชาแห้งเพื่อจำหน่ายเป็นสินค้าโอทอปของจังหวัด ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่ง และยังพบว่าถ้าดื่มเป็นชาแบบเข้มข้นหรือแบบแก่ ๆ จะทำให้แก้มแดงจัดได้ด้วย จึงเหมาะสำหรับสาว ๆ

ที่มา: medthai.com