หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร ไพลดำสมุนไพรหายาก ว่านคงกระพันชาตรี

ไพลดำสมุนไพรหายาก ว่านคงกระพันชาตรี

1
0

เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาและมีประโยชน์มากแต่หายากนั้นคือ

  • “ไพลดำ” เป็นสมุนไพรที่จัดอยู่ในวงศ์ขิง (Zingiberaceae)
  • มีชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber ottensii Valeton
  • มีชื่อตามท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ไพลม่วง (กรุงเทพมหานคร), ปูเลยดำ (ภาคเหนือ), ดากเงาะ (ปัตตานี), ว่านกระทือดำ เป็นต้น
  • มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบตามป่าเขตร้อนชื้น ติดผลราวเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน
  • ไพลดำนี้มีความเชื่อว่าเป็นว่านทางคงกระพันชาตรี

ไพลดำเป็นไม้ล้มลุกลำต้นใต้ดิน สูงได้ถึง 5 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีอายุหลายปี เนื้อในเป็นสีม่วง หรือสีม่วงอมน้ำตาล มีกลิ่นฉุนร้อนคล้ายไพล ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ แผ่นใบหนา ดอกออกเป็นช่อจากโคนต้นแทงออกมาจากเหง้าใต้ดิน การเพาะปลูกต้องใช้ดินดำในการปลูก (ดินสะอาดกลางแจ้งที่นำไปเผาไฟแล้วทุบให้ละเอียด) กลบหัวว่านอย่าให้มิด แต่ให้เหลือหัวโผล่ไว้ และก่อนรดน้ำต้องเสกด้วยคาคา “นะโมพุทธายะ” 3 จบ แล้วรดน้ำให้พอเปียกทั่ว (เป็นความเชื่อนะคะ) แต่ถึงอย่างนั้นการปลูกเลี้ยงและการดูแลรักษาก็ทำได้ยาก

ในตระกูลไพลมี 3 ชนิด “ไพลเหลือง” “ไพลขาว”ไพลดำ” ซึ่งมีสรรพคุณคล้ายกัน ไพลเป็นสมุนไพร “ฤทธิ์ร้อน” ใช้ขับประจำเดือนได้ดี จึงไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์

  • ไพลเหลือง ที่พบได้บ่อย นิยมใช้นำไปทำเป็นยาเพราะหาได้ง่าย นำไปทำน้ำมันนวด นำไปผสมในเครื่องสำอาง พอกหน้าลดสิวเสี้ยน ดูแลความสวยความงาม อ่านสรรพคุณไพลเหลืองเพิ่มเติม
  • ไพลขาวและไพลดำ มีฤทธิ์สรรพคุณทางยาคล้ายกับไพลเหลือง แต่มีฤทธิ์แรงกว่า ซึ่งไม่นิยมนำไปทำยาเพราะหาได้ยาก และต่างความเชื่อนิยมนำไพลดำไปใช้ในทางคุณไสย โดยเชื่อว่าเป็นว่านทางคงกระพันชาตรี ว่านแก้คุณไสย

ประโยชน์ต่อผิวพรรณของไพลดำ

  • เหง้า ฝนทาแก้เคล็ดขัดยอก ฟกบวม แก้เหน็บชา แก้เมื่อยขบ สมานแผล ขับประจำเดือน แก้บิด สมานลำไส้
  • น้ำมันจากเหง้า ทาถูนวดแก้เหน็บชา แก้เส้นสายตามร่างกายตึง แก้เมื่อยขบ แก้อาการเคล็ดยอก ฟกช้ำ แก้โรคผิวหนัง
  • ไพลดำนำมาเป็นส่วนประกอบในลูกประคบร่วมกับไพลเหลือง และขมิ้นชัน ใช้ประคบบริเวณที่มีอาการฟกช้ำ หรือบริเวณที่มีแมลงกัดต่อย บรรเทาอาการปวดเมื่อย เหน็บชา ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามร่างกาย

ประโยชน์ต่อสุขภาพของไพลดำ

  1. เหง้าสด ตำคั้นเอาน้ำผสมกับเกลือสะตุ 1 ช้อนโต๊ะ กินเป็นยาระบายอ่อนๆ แก้บิด ขับลม ขับประจำเดือนสตรี สมานลำไส้
  2. เหง้าสด ต้มกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ หรือนำมาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอน เก็บไว้รับประทานเช้า-เย็น วันละ 2-3 เม็ด เป็นยาช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ธาตุพิการ
  3. ใบ รสขื่นเอียน แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้ปวดเมื่อย ดอก รสขื่น แก้ช้ำใน กระจายเลือดที่เป็นก้อนลิ่ม
  4. ราก รสขื่นเอียน แก้เลือดกำเดาออกทางปากทางจมูก แก้อาเจียนเป็นเลือด

ข้อแนะนำและข้อควรระวังการรับประทานไพลดำ

  • การรับประทานไพลติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้ตับผิดปกติได้ และยังไม่มีความปลอดภัยที่จะนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหืด และไม่ควรนำมารับประทานแบบเดี่ยวๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะมีการขจัดสารที่พิษต่อตับออกไปเสียก่อน
  • การใช้ครีมไพลห้ามใช้ทาบริเวณขอบตา เนื้อเยื่ออ่อน และบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปิด
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรและเด็กเล็ก ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากไพลมีฤทธิ์ในการขับระดูอาจเกิดภาวะแท้งบุตรได้ และเด็กเล็กอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตที่ช้าลง
  • ผู้ป่วยที่รับประทานยาสลายลิ่มเลือด มันจะไปต้านการแข็งตัวของเลือด

ที่มา:zenherbshop.com