หน้าแรก อาหารเป็นยา ดอกไม้กินได้ ตำหรับไทยโบราณ อาหารจานสร้างสรรค์ อร่อย เป็นยา ดีต่อร่างกาย

ดอกไม้กินได้ ตำหรับไทยโบราณ อาหารจานสร้างสรรค์ อร่อย เป็นยา ดีต่อร่างกาย

1
0

ดอกไม้กินได้ 5 เมนูอาหาร ตำหรับไทยโบราณ อาหารจานสร้างสรรค์ อร่อย เป็นยา ดีต่อร่างกาย ช่วยระบบหมุนเวียดโลหิต ธาตุเย็น

ในศาสตร์แห่งการปรุงอาหาร ดอกไม้หลายคนมักคิดว่าใช้เพียงแค่ตกแต่งจานให้สวยงาม เสริมอาหารหลักให้ดูน่ากิน แต่ไม่ค่อยมีใครจะกล้ากินกลีบดอกไม้เท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้ว ดอกไม้ เป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทในวัฒนธรรมอาหารของหลายประเทศ ทั้งในฐานะรสชาติ สมุนไพร และสัญลักษณ์ของฤดูกาล

ดอกไม้กินได้ประเทศไทย คนไทยใช้ดอกไม้ในการประกอบอาหารมาตั้งแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นดอกแคในแกงส้ม ดอกขจรผัดไข่ หรือดอกอัญชันในข้าวแช่ น้ำสมุนไพรดอกอัญชัน กลีบดอกไม่เพียงเพิ่มรสสัมผัส สร้างสีม่วงสดใสให้น่ากิน แต่ยังช่วยดับพิษตามตำรับยาไทย

ญี่ปุ่น มีเมนู ซากุระดอง (Sakura no Shiozuke) ดอกไม้หมักเกลือที่ชาวญี่ปุ่นใช้ในขนมโมจิหรือชงชาดื่ม กลีบดอกซากุระจะถูกเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันในช่วงเวลาสั้นๆ ของปี แล้วนำมาดองในน้ำเกลือและน้ำส้มบ๊วย (umezu) เพื่อรักษาทั้งสี กลิ่น และรสเปรี้ยวเค็มอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์

ดอกซากุระดองนี้นิยมนำมาใช้ในขนมหวานญี่ปุ่น เช่น ซากุระโมจิ (ขนมโมจิห่อใบซากุระ) ขนมวาราบิโมจิหน้าดอกไม้ รวมถึงใช้ลอยหน้าใน ชาเขียวหรือชาใส (ซากุระยู) ซึ่งมักเสิร์ฟในพิธีแต่งงานหรือโอกาสพิเศษ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่งดงาม

ฝรั่งเศส ดอกลาเวนเดอร์ ดอกกุหลาบถูกนำมาใช้ในขนมฝรั่งเศส เช่นมาการองและชีสเค้ก ดอกไม้เหล่านี้ยังเป็นหนึ่งในส่วนผสมของชา กลิ่นหอมละมุนช่วยเพิ่มมิติให้กับรสชาติอาหาร

8 ดอกไม้กินได้ ตำรับไทยโบราณ ในฐานะสมุนไพร เครื่องปรุง บำรุงร่างกาย
ในตำราแพทย์แผนไทย กลีบดอกไม่ใช่แค่ของประดับฟุ่มเฟือย เหี่ยวแล้วทิ้ง แต่เป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติทางยา ตัวอย่างเช่น

1.ดอกอัญชัน: บำรุงสายตา ช่วยให้ผมดกดำ ใช้แต่งสีข้าวและขนมไทย อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

2.ดอกเข็ม: แก้พิษไข้ตามตำรา ใช้แต่งหน้าขนมเพื่อเพิ่มความขลังในพิธีกรรม

3.ดอกพุด: มีฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน ใช้ประดับอาหารมงคล เช่น ข้าวแช่ หรือของหวานไทย

4.ดอกแคบ้าน: เช่น แกงส้มดอกแค, ดอกแคชุบแป้งทอด หรือลวกจิ้มน้ำพริก ใช้บรรเทาอาการไข้ที่เกิดจากการเปลี่ยนฤดู ช่วยในการขับถ่าย ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

5.ดอกมะลิ: ใช้ลอยน้ำดื่มให้มีกลิ่นหอมชื่นใจ อบขนมไทยต่างๆ และเป็นส่วนประกอบสำคัญใน “ยาหอม” ตำรับยาไทย

6.บัวหลวง: เกสรตัวผู้ นิยมนำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผง ใช้เข้าตำรับยาต่างๆ เช่น ยาหอม และยาลม ช่วยบรรเทาอาการไข้ แก้ลมวิงเวียน ช่วยแก้อาการท้องเสีย

7.ดอกคำฝอย: นิยมนำดอกแก่ที่ตากแห้งแล้วมาชงเป็นชาดื่ม หรือใช้เป็นสีผสมอาหารให้มีสีเหลืองส้ม มีรสหวานอุ่น ช่วยบำรุงเลือด ระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ขับระดู แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

8.หัวปลี: ส่วนที่เป็นดอกของต้นกล้วย นิยมนำมาปรุงอาหาร เช่น ยำหัวปลี ทานสดกับผัดไทย หรือใส่ในแกงเลียง สารแทนนินในหัวปลีมีส่วนช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร มีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง

5 เมนูฟิวชันสุดสร้างสรรค์จาก ดอกไม้กินได้ เมนู Plant-Based ที่ไม่เพียงสวยแต่กินได้จริง

1.ข้าวไรซ์เบอร์รี่อัญชันกับซอสมะม่วงขมิ้นและดอกไม้กินได้

เมนูนี้ดึงเสน่ห์ของสีธรรมชาติจากดอกอัญชัน ผสานรสเปรี้ยวหวานของมะม่วง และกลิ่นหอมของขมิ้นเข้ากับข้าวไรซ์เบอร์รี่ เสิร์ฟพร้อมดอกกินได้หลากสีสันเพื่อเติมเต็มทั้งรสชาติและความงาม

วัตถุดิบ (สำหรับ 2 ที่)

  • ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 1 ถ้วย
  • น้ำดอกอัญชันเข้มข้น ½ ถ้วย (ใช้อัญชันแห้ง 10 ดอก ต้มกับน้ำร้อน)
  • มะม่วงสุก 1 ผล (ปอกเปลือก หั่นเต๋า)
  • ขมิ้นสด 1 ช้อนชา (ขูดละเอียด)
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้งหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือเล็กน้อย
  • ดอกไม้กินได้สำหรับตกแต่ง เช่น ดอกดาวเรือง ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า ดอกอัญชันสด อย่างละเล็กน้อย
  • ใบสะระแหน่หรือโหระพาสดเล็กน้อย

วิธีทำ
เตรียมข้าวอัญชัน

  1. ซาวข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้สะอาด เติมน้ำดอกอัญชันลงไป (สามารถเติมน้ำเปล่าเพิ่มได้เล็กน้อยให้พอท่วมข้าว)
  2. หุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ เมื่อสุกจะได้ข้าวสีม่วงเข้ม มีกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกอัญชัน
  3. ซอสมะม่วงขมิ้น
  4. ใส่มะม่วงหั่นเต๋า ขมิ้นสด น้ำมะนาว น้ำผึ้ง และเกลือ ลงในโถปั่น
  5. ปั่นจนเนียนเป็นซอส หากข้นเกินไป ให้เติมน้ำเล็กน้อย
  6. ชิมรสให้ได้เปรี้ยวหวานกลมกล่อม

จัดจาน

  • ตักข้าวไรซ์เบอร์รี่อัญชันใส่จาน ราดด้วยซอสมะม่วงขมิ้น
  • ตกแต่งด้วยดอกไม้กินได้สีสันต่าง ๆ จัดเรียงให้สวยงามตามจินตนาการ
  • วางใบสะระแหน่หรือโหระพาเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น

2.ดอกไม้ชุบแป้งทอด กับ ซอสโยเกิร์ตถั่วลันเตา

จับคู่ระหว่างความกรอบหอมของดอกไม้กินได้ที่นำไปชุบแป้งแล้วทอด กับซอสโยเกิร์ตถั่วลันเตาเนื้อเนียนนุ่มที่มีรสเปรี้ยวสดชื่นแบบเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเมนู Plant-Based ที่ให้สัมผัสหลากหลายทั้งกลิ่น รส และเนื้อสัมผัส เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือจัดใส่จานรวมในเมนูฟิวชันสมัยใหม่

วัตถุดิบ (สำหรับ 2-3 ที่)
ดอกไม้ชุบแป้งทอด

  • ดอกอัญชัน, ดอกโสน, ดอกเข็ม หรือดอกเฟื่องฟ้า (ที่กินได้) รวมกัน 1 ถ้วย
  • แป้งทอดกรอบ ½ ถ้วย
  • น้ำเย็นจัด ⅓ ถ้วย
  • เกลือเล็กน้อย
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

ซอสโยเกิร์ตถั่วลันเตา

  • ถั่วลันเตาต้มสุก ½ ถ้วย
  • โยเกิร์ตแบบ Plant-Based (เช่นจากมะพร้าวหรืออัลมอนด์) ½ ถ้วย
  • น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมบด 1 กลีบ
  • เกลือและพริกไทยเล็กน้อย
  • ใบมิ้นต์สดเล็กน้อย (ถ้ามี)

วิธีทำ
ดอกไม้ชุบแป้งทอด

  • ล้างดอกไม้ให้สะอาดเด็ดเอาเฉพาะกลีบหรือส่วนที่รับประทานได้ แล้วผึ่งให้แห้ง
  • ผสมแป้งทอดกรอบกับเกลือ และเติมน้ำเย็นจัดลงไป คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อข้น
  • ตั้งน้ำมันให้ร้อน (180°C) นำดอกไม้ชุบแป้งลงทอดให้เหลืองกรอบ
  • ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน

ซอสโยเกิร์ตถั่วลันเตา

นำถั่วลันเตาต้มสุก โยเกิร์ต น้ำเลมอน กระเทียม และใบมิ้นต์ใส่เครื่องปั่น
ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ
แช่เย็นให้ซอสเซตตัวเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ

เสิร์ฟอย่างไรให้น่ากิน

  • จัดดอกไม้ทอดบนจานแบบเรียงชั้น หรือเสียบไม้เล็ก ๆ ก็ได้
  • เสิร์ฟพร้อมถ้วยซอสเย็นข้างจาน หรือราดเบา ๆ บนดอกไม้ทอด
  • ตกแต่งด้วยถั่วลันเตาสด มะเขือเทศเชอร์รีผ่าครึ่ง และใบสมุนไพรเล็กน้อย

3.ขนมจีนน้ำยาแกงส้มดอกแค
เมนู “ขนมจีนน้ำยาแกงส้มดอกแค” เป็นอาหารไทยพื้นบ้านที่ผสานความกลมกล่อมของเครื่องแกงส้มกับรสขมนิด ๆ และสัมผัสกรอบนุ่มของ “ดอกแค” ได้อย่างลงตัว เหมาะทั้งสำหรับมื้อกลางวันในฤดูหนาวหรือฤดูฝนที่ดอกแคออกดอกชุกชุม และยังให้คุณค่าทางสมุนไพรแก่ร่างกายด้วย

วัตถุดิบ (สำหรับ 3-4 ที่)

สำหรับน้ำแกงส้ม

  • พริกแกงส้ม 2 ช้อนโต๊ะ (ตำเองหรือใช้แบบสำเร็จรูปก็ได้)
  • น้ำสต๊อกปลา/หมู/ไก่ หรือ น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  • เนื้อปลาช่อนนึ่งสุก 150 กรัม (แกะเอาแต่เนื้อ)
  • น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ (ตามชอบ)
  • เกลือ เล็กน้อย

ส่วนผัก

  • ดอกแคเด็ดเอาเกสรออก ล้างสะอาด 1 ถ้วย (ประมาณ 150 กรัม)
  • มะละกอดิบขูดฝอย (ถ้ามี เพิ่มรสสัมผัส) ½ ถ้วย
  • ถั่วฝักยาวหั่นท่อน ½ ถ้วย (ไม่ใส่ก็ได้)

เส้นและเครื่องเคียง

  • ขนมจีนเส้นสด 1 กิโลกรัม
  • ผักสด เช่น ถั่วงอก ใบแมงลัก แตงกวา ไข่ต้ม (ตามชอบ)

วิธีทำ
เตรียมน้ำแกงส้ม

  • ตั้งหม้อ ใส่น้ำสต๊อก (หรือน้ำเปล่า) พอเดือด ใส่พริกแกงส้มลงไปคนให้ละลาย
  • ใส่เนื้อปลาช่อนลงไปต้มจนเดือดอีกครั้ง จากนั้นใช้ทัพพีบดให้เนื้อปลาแตกละเอียดเข้ากับน้ำแกง
  • ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม หวานเล็กน้อย
  • ลวกผัก
  • ลวกดอกแคในน้ำเดือด (ใส่เกลือเล็กน้อย) ประมาณ 1 นาที แล้วช็อกด้วยน้ำเย็นเพื่อคงความเขียวและไม่ขม
  • ถ้าจะใส่มะละกอหรือถั่วฝักยาว ให้นำลงต้มพร้อมน้ำแกงประมาณ 3-5 นาที
  • ผสมน้ำยา
  • ใส่ดอกแคที่ลวกแล้วลงไปในน้ำแกง ต้มต่ออีกประมาณ 2 นาที ปิดไฟ

จัดเสิร์ฟ

  • วางขนมจีนลงจาน ราดด้วยน้ำยาแกงส้มดอกแค
  • เสิร์ฟพร้อมผักสดหรือไข่ต้มตามชอบ
  • จุดเด่นของเมนูนี้ ดอกแค เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ช่วยลดความร้อนในร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีรสขมนิด ๆ ที่ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ดี น้ำยาแกงส้มสามารถประยุกต์ใช้กับเนื้อสัตว์อื่น เช่น กุ้ง ปลาทูนึ่ง หรือไม่ใส่เนื้อเลยก็ยังได้กลิ่นรสอร่อยครบถ้วนในแบบ Plant-Based

4.ขนมปังดอกอัญชันกับครีมมะพร้าวสด

ของหวานสายเฮลตี้ที่ผสมผสานความนุ่มของขนมปังโฮมเมดกับกลิ่นหอมและสีม่วงธรรมชาติจากดอกอัญชัน พร้อมราดด้วยครีมมะพร้าวสดหอมมัน ให้รสละมุนชวนฝัน เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นของหวาน หรือเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชาไทยหรือชาเขียว

วัตถุดิบ (สำหรับขนมปัง 1 ปอนด์ + ครีมราด)
ส่วนผสมขนมปังดอกอัญชัน

  • แป้งขนมปัง 250 กรัม
  • น้ำอัญชันเข้มข้น (จากดอกอัญชันสดหรือตากแห้ง) 150 มล.
  • ยีสต์แห้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมครีมมะพร้าวสด

  • หัวกะทิสด 200 มล.
  • น้ำตาลมะพร้าว 1½ ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ เล็กน้อย
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ (ละลายน้ำ)
  • ใบเตย 2 ใบ (มัดเป็นปม)

วิธีทำ
ทำขนมปังดอกอัญชัน

เตรียมน้ำอัญชัน

  • ต้มดอกอัญชัน 10–15 ดอกในน้ำประมาณ 200 มล. พอเดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำ ทิ้งไว้ให้เย็น

ผสมแป้ง

  • ร่อนแป้งใส่อ่างผสม เติมยีสต์ น้ำตาล และเกลือลงไป คนให้เข้ากัน
  • ค่อย ๆ เติมน้ำอัญชันลงไปทีละน้อย ขณะนวดแป้ง ใส่น้ำมันลงตอนท้ายแล้วนวดต่ออีก 10–15 นาที จนแป้งเนียนไม่ติดมือ

พักแป้ง

  • ปิดอ่างด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ พักแป้งไว้ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง หรือจนขึ้นฟูเป็น 2 เท่า

ขึ้นรูป-อบ

  • นำแป้งมาชกไล่ลม แล้วขึ้นรูปใส่พิมพ์ พักไว้ 30 นาที
  • อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 25–30 นาที หรือจนสุกและผิวเหลืองหอม

ทำครีมมะพร้าวสด

  • เทหัวกะทิใส่หม้อ ใส่น้ำตาลมะพร้าว เกลือ และใบเตย
  • ยกขึ้นตั้งไฟกลาง เคี่ยวจนกะทิเริ่มเดือด
  • เติมแป้งข้าวเจ้าที่ละลายน้ำไว้ลงไป คนให้เหนียวข้นเป็นครีม
  • ปิดไฟ พักไว้ให้เย็นลงเล็กน้อยก่อนราด

เสิร์ฟ

  • หั่นขนมปังเป็นแผ่นหนา
  • ราดครีมมะพร้าวสดอุ่น ๆ หรือแช่เย็นลงไป
  • แต่งจานด้วยกลีบดอกอัญชันสด มะพร้าวขูด หรือถั่วแมคคาเดเมียบดหยาบ
  • จุดเด่นของเมนูนี้ ดอกอัญชันมีสารแอนโทไซยานินสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงสายตา ขนมปังมีสีฟ้าม่วงจากธรรมชาติ ไม่มีสีผสมอาหาร ครีมมะพร้าวสดให้รสหวานละมุนโดยไม่ต้องพึ่งนมวัว เหมาะกับผู้กิน Plant-Based หรือผู้แพ้นม

5.ข้าวตอกน้ำกุหลาบโบราณ

ของหวานไทยในตำนาน สื่อถึงความประณีตของวัฒนธรรมการกินในอดีต เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่ซับซ้อนในกลิ่น รส สัมผัส ใช้วัตถุดิบหลักคือ ข้าวตอก หรือข้าวที่คั่วและดีดให้แตกกรอบ นำมาแช่ใน น้ำลอยดอกไม้ อย่างดอกกุหลาบมอญ พร้อมสมุนไพรหอมเย็น เช่น กระดังงาและมะลิ เป็นเมนูที่นิยมรับประทานในหน้าร้อน หรือใช้ต้อนรับแขกผู้ใหญ่ในงานพิธี

วัตถุดิบ (สำหรับเสิร์ฟ 2 ถ้วย)

  • ข้าวตอกคั่ว ½ ถ้วยตวง
  • น้ำสะอาด 1 ลิตร
  • ดอกกุหลาบมอญสด (ปลอดสาร) 3 ดอก
  • ดอกมะลิสด 10 ดอก
  • ดอกกระดังงา (หรือใบเตยหอม) 3 กลีบ
  • เทียนอบสำหรับรมกลิ่น (เทียนอบไทย) 1 เล่ม
  • น้ำเชื่อมจากน้ำตาลทราย ¼ ถ้วย (หรือปรับตามชอบ)
  • น้ำแข็งบด (ใส่ตอนเสิร์ฟ)

วิธีทำ
เตรียมน้ำอบลอยดอกไม้

  • ต้มน้ำสะอาดให้เดือดแล้วพักไว้ให้เย็น
  • ใส่ดอกกุหลาบ ดอกมะลิ และกระดังงาในโถที่ปิดสนิทได้
  • วางเทียนอบจุดไฟไว้ที่ปากโถ (ระวังไฟ) แล้วปิดฝาทันทีเพื่อให้กลิ่นควันเทียนรมเข้าไปในน้ำ
  • ทิ้งไว้ข้ามคืน น้ำจะมีกลิ่นหอมแบบโบราณ

เตรียมข้าวตอก

  • ใช้ข้าวเหนียวเก่า นำไปคั่วบนกระทะแห้งจนแตกเป็นข้าวตอก
  • ใส่ตะแกรงเขี่ยเศษข้าวที่ไหม้ออก ให้ได้แต่เม็ดที่สวยและกรอบ
  • ล้างเบา ๆ เพื่อขจัดฝุ่น แล้วตากให้แห้งสนิท

ประกอบเมนู

  • ผสมน้ำอบลอยดอกไม้กับน้ำเชื่อมตามชอบ
  • ใส่น้ำแข็งบดในถ้วย
  • โรยข้าวตอกลงไปตามชอบ แล้วเทน้ำหอมลงไปจนเต็มถ้วย
  • แต่งหน้าด้วยกลีบดอกไม้บางเบาเพื่อเพิ่มความหรูหรา

ที่มา:thethaiger.com