ผักกาดน้ำ (หญ้าเอ็นยืด) งานวิจัยและสรรพคุณ 40 ข้อ
ชื่อสมุนไพร : ผักกาดน้ำ
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น : หญ้าเอ็นยืด, หญ้าเอ็นหยืด (ภาคเหนือ), หมอน้อย, ผักกาดน้ำใหญ่, ผักกาดน้ำไทย (ภาคกลาง), ต้าเชอเฉื่อยเฉา, เชียจ่อยเช่า, เซียแต่เฉ้า, เอียเตี่ยมไฉ่, ตะบุซี้ (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plantago major Linn.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ :Plantago dregeana Decne., Plantago latifolia Salisb., Plantago gigas H. Lév., Plantago jehohlensis Koidz., Plantago macronipponica Yamam., Plantago borysthenica Wissjul., Plantago sawadai (Yamam.) Yamam., Plantago villifera Kitag.
ชื่อสามัญ :Waybread, Common plabtain, Greater plantain
วงศ์ :PLANTAGINACEAE

ถิ่นกำเนิดผักกาดน้ำ
มีรายงานระบุว่าถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของผักกาดน้ำอยู่ในแถบประเทศนอร์ดิก (นอร์เวย์, เดนมาร์ก, สวีเดน, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์และหมู่เกาะกรีนแลนด์) เมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน จากนั้นจึงได้กระจายไปยังดินแดนต่างๆ ของทวีปยุโรปและได้กระจายพันธุ์ต่อไปยังดินแดนต่างๆ ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยพบผักกาดน้ำ ได้ทั่วทุกภาคของประเทศบริเวณป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา และตามทุ่งหญ้า หรือ ริมทางที่มีความชุ่มชื้น

ประโยชน์และสรรพคุณผักกาดน้ำ
- แก้ปัสสาวะเป็นเลือด
- แก้ปัสสาวะขุ่น
- ใช้ขับปัสสาวะ
- ช่วยดับพิษร้อน
- แก้ร้อนใน ร้อนภายใน
- แก้เจ็บคอ
- แก้หนองใน
- แก้กามโรค
- แก้เอ็นอักเสบ
- แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
- แก้ท้องร่วง
- แก้บิด
- แก้ฝี
- แก้ช้ำรั่ว
- ช่วยบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบ
- แก้แผลเรื้อรัง
- แก้พิษแมลงกัดต่อย
- แก้คันจากอาการแพ้
- แก้ขอบตาเป็นเม็ดบวม
- แก้ตาแดง ตาต้อ
- แก้เคล็ดขัดยอก
- แก้กระดูกหัก กระดูกแตก
- บำรุงกำหนัด
- ใช้ห้ามเลือดออกภายนอก
- ช่วยขับก้อนนิ่ว
- แก้ปัสสาวะขัด
- แก้ปัสสาวะแดง
- แก้ท้องเสีย
- แก้ไอ
- แก้ท้องลง
- ใช้รักษาโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่
- รักษาโรคตับอักเสบ
- รักษาแผล
- แก้หางตาเป็นเม็ด
- หลอดลมอักเสบจากการติดเชื้อ
- ช่วยลดบวม
- ใช้แก้ข้อเท้าแพลง
- เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- แก้แพ้
- เส้นเอ็นพลิก เอ็นยึด
มีการนำใบของผักกาดน้ำ มารับประทานเป็นผักสด โดยเฉพาะ คนในแถบภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลาง จะนำผักกาดน้ำเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก หรือ อาจนำมาปรุงสุกก่อนรับประทาน อีกทั้งในปัจจุบันยังมีการนำมาใช้ทำเป็นครีม หรือ โลชั่นบำรุงผิวเพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่นและลดเลื้อนริ้วรอยอีกด้วย

รูปแบบและขนาดวิธีใช้
- ใช้แก้ไอและหลอดลมอักเสบจากการติดเชื้อ : โดยนำใบผักกาดน้ำแห้ง 1-3 กรัม ชงน้ำร้อน แก้ว (250 มิลลิลิตร) แช่ไว้ 15 นาที่ กินวันละ 3 ครั้ง
- ใช้แก้นิ่ว : โดยนำต้นผักกาดน้ำสุด 30 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ลิตร กรองให้ได้น้ำยาประมาณ 750 มิลลิลิตร ใช้ดื่มหมด ติดต่อกัน 2 วัน
- ใช้แก้ร้อนใน : โดยดำผักกาดน้ำ แห้ง หรือ สดก็ได้ประมาณ กำมือ ต้มกับน้ำตาลกิน
- ใช้ขับปัสสาวะ ลดบวม : โดยนำผักกาดน้ำทั้งห้า 20-40 กรัม ต้มกับน้ำกิน
- ใช้แก้ข้อเท้าแพลง เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย : โดยตำใบสดของผักกาดน้ำแล้วใช้น้ำที่ได้ทาบริเวณที่เป็นและใช้กากพอกทิ้งไว้ เปลี่ยนยาวันละ 3-4 ครั้ง
- ใช้แก้หนองใน กามโรค : แก้นิ่ว แก้ช้ำรั่ว อาการร้อนใน แก้เจ็บคอ โดยนำทั้งต้นนำไปต้มกับน้ำตาลกรวดดื่ม
- ใช้เป็นยาบำรุงกำหนัด เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ :โดยใช้ทั้งต้นและใบ ไปตากแดดให้แห้งแล้วทำเป็นชาชงดื่ม
- ใช้แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ : แก้ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่น ใช้ขับปัสสาวะ แก้ท้องร่วง แก้บิด แก้เอ็นอักเสบ แก้กระดูกหัก กระดูกแตก โดยนำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ฝี แก้แผลอักเสบ แผลเรื้อรัง แก้แพ้ แก้พิษแมลงกัดต่อย โดยนำทั้งต้นหรือใบมาตำพอกบริเวณที่เป็น
- ใช้รักษากระดูกหัก : กระดูกแตกเคล็ดขัดยอก เส้นเอ็นพลิก เอ็นยึด โดยใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ตะไคร้ หญ้าถอดปล้อง เถาวัลย์ปูน บอระเพ็ด มาทำเป็นลูกประคบ ประคบบริเวณที่เป็น หรือนำน้ำมันมะพร้าว เทใส่กระทะพอประมาณ แล้วนำหญ้าเอ็นยืดประมาณ 4-5 ต้น นำมาโขลกให้พอแหลก เอามาทอดเคี่ยวกับน้ำมัน แล้วเอามาทาบริเวณที่เป็นก็ได้
ส่วนในตำราการแพทย์แผนจีนนั้นระบุว่าแก้ปัสสาวะขัด โดยใช้ผักกาดน้ำ 1 ตำลึง หรือ สัก 3 ต้น ต้มกับกวยแชะ

ลักษณะทั่วไปของผักกาดน้ำ
ผักกาดน้ำ จัดเป็น ไม้ล้มลุก ขนาดเล็กอายุหลายปี ลำต้นเนื้ออ่อนสีเขียวสั้นติดพื้นผิวดิน สูง 30-50 ซม. ส่วน ราก แตกแขนงเป็นรากฝอยจำนวนมาก
ใบผักกาดน้ำ เป็นใบเดี่ยวรูปไข่กลับ ออกเป็นกระจุก จากบริเวณโคนต้น โดยใบมีขนาด กว้าง 12-16 เซนติเมตร ยาว 20-30 เซนติเมตร แผ่นใบมีเส้นใบหลัก 3-9 เส้น ออกมาจากจุดร่วมกันที่ฐานใบ ขอบใบเรียบ หรือ หยักเล็กน้อยโคนใบเรียวแหลม ปลายใบเป็นติ่งแหลม หรือ กลมและมีก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ
ดอกผักกาดน้ำ ออกเป็นช่อ แบบช่อเชิงลด โดยจะเป็นช่อตั้งตรงชูขึ้นมาจากกลางลำต้น ซึ่งก้านช่อดอกจะยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร ใน 1 ช่อดอก จะมีดอกย่อยรูปสามเหลี่ยมแคบๆ ขนาดเล็กสีเขียวแกมน้ำตาล เรียงอยู่บนก้านช่อดอก
ผลผักกาดน้ำ เป็นผลแห้ง ขนาดเล็กขนาด ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ลักษณะทรงกลม หรือ อาจมีรูปร่างไม่แน่นอน สีเขียวอมสีน้ำตาล หรือ เป็นสีน้ำตาล เมื่อผลสุกจะแตกออก ในผลมีเมล็ดรูปเหลี่ยมขนาดเล็กประมาณ 8-15 เมล็ด มีขนาดกว้าง 0.8 มิลลิเมตร ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร มีรสขมเล็กน้อย

การขยายพันธุ์ผักกาดน้ำ
ผักกาดน้ำสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการใช้เมล็ดและการแตกกอ โดยผักกาดน้ำ ขึ้นได้ดีในดินร่วนที่ชุ่มชื้นและยังเป็นพืชที่ชอบแสง เพราะเป็นไม้กลางแจ้ง สามารถทนความแห้งแล้งได้ดี สำหรับวิธีการเพาะเมล็ดและการปลูกผักกาดน้ำ นั้น สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดและการปลูก ไม้ล้มลุกชนิดอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ใบสดของผักกาดน้ำ ยังมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้
คุณค่าทางโภชนาการของใบผักกาดน้ำ (100 กรัม)
- พลังงาน 61 แคลอรี่
- น้ำ 81.4%
- โปรตีน 2.5 กรัม
- ไขมัน 0.3 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 14.6 กรัม
- วิตามินเอ 4,200 หน่วยสากล
- วิตามินบี 2 0.28 มิลลิกรัม
- วิตามินบี 3 0.8 มิลลิกรัม
- วิตามินซี 8 มิลลิกรัม
- แคลเซียม 184 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 52 มิลลิกรัม
- ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม

การศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของผักกาดน้ำ
มีรายงานผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของสารสกัดผักกาดน้ำ จากส่วนต่างๆ ระบุว่ามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายประการดังนี้
- ฤทธิ์แก้ปวด ทดสอบฤทธิ์แก้ปวดของสารสกัด methanol จากใบและเมล็ด โดยวิธี acetic acid-induced writhing และวิธี tail-flick test ในหนูถีบจักร พบว่าเมื่อป้อนสารสกัดเมล็ดผักกาดน้ำขนาด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แสดงผลยับยั้งอาการปวดจากกรด acetic ได้อย่างมีนัยสำคัญที่ protection rate เท่ากับ 62.3% ส่วนสารสกัดจากใบผักกาดน้ำขนาดเดียวกันให้ผล protection rate เท่ากับ 48.8% เปรียบเทียบกับยามาตรฐาน dipyrone (50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ให้ผล protection rate เท่ากับ 80.5% ในขณะที่สารสกัดขนาด 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่ให้ผลป้องกันความเจ็บปวดจากการเหนี่ยวนำด้วยกรด acetic นอกจากนี้สารสกัดใบผักกาดน้ำขนาด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ยังสามารถเพิ่มระยะเวลาในการทนต่อความร้อนเมื่อทดสอบกับหางหนู ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดด้วยความร้อนได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุปสารสกัดจากเมล็ดและใบผักกาดน้ำ สามารถลดความเจ็บปวดได้เมื่อทดสอบในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยใช้สารสกัด methanol จากเมล็ดผักกาดน้ำ ด้วยวิธี carrageenan-induced rat paw oedema พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ลดการบวมที่อุ้งเท้าหนูแรทได้ ขึ้นกับขนาดของสารสกัดที่ใช้ โดยมีค่าความเข้มข้นที่ลดการบวมได้ครึ่งหนึ่ง หรือ ED50 เท่ากับ 7.507 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ออกฤทธิ์ได้น้อยกว่ายามาตรฐาน indomethacin โดยกลไกต้านการอักเสบ คือ การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ COX-2 ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารพรอสตาแกลนดินที่ทำให้เกิดการอักเสบ (COX-2-catalyzed prostaglandin biosynthesis) และมีการศึกษาวิจัยอีกฉบับหนึ่งพบว่ากรดเออโซลิก (Ursolic acid) ที่แยกได้จากผักกาดน้ำมีฤทธิ์เป็นสารต้านการอักเสบโดยให้ผลยับยั้งเอนไซม์ cyclooxygenase COX-2 isoenzyme เมื่อทดลองในหลอดทดลอง มีค่า IC50 130mM ในขณะที่ IC50 สำหรับ COX-1 isoenzyme เท่ากับ 210 mM ค่าคงทนเฉพาะเจาะจง (selectivity) ต่อ COX-2 เท่ากับ 0.6 ใกล้เคียงกับ NS-398 ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ ความเฉพาะเจาะจงต่อการยับยั้ง COX-2 isoenzyme จะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาในการบ่ม (incubate) นานขึ้น ในขณะที่ผลการยับยั้ง COX-1 isoenzyme ไม่ขึ้นกับเวลาในการบ่มยาต้านการอักเสบที่มีฤทธิ์ไม่เฉพาะเจาะจงมีผลข้างเคียงที่สำคัญ คือ ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร สารที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อการยับยั้ง COX-2 isoenzyme จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวต่ำกว่า
- ฤทธิ์ปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทดสอบฤทธิ์ปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของสารสกัด methanol จากใบและเมล็ดผักกาดน้ำ โดยใช้ เอทานอลและยาแอสไพรินเหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารในสัตว์ทดลอง ผลการทดสอบเมื่อใช้เอทานอลเป็นสารเหนี่ยวนำการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร พบว่าสารสกัดเมทานอลจากใบผักกาดน้ำ ให้ผลลดดัชนีการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (ulcer index) โดยมีฤทธิ์ปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (curative ratio) ได้เท่ากับ 87.50% แต่สารสกัดจากเมล็ดไม่ออกฤทธิ์ ในขณะที่ยามาตรฐาน ranitidine (100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) มีค่า curative ratio เท่ากับ 38.90% นอกจากนี้สารสกัดใบผักกาดน้ำ ขนาด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ให้ผลลดจำนวนแผลในกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ สารสกัดจากเมล็ดไม่มีผลลดจำนวนแผลในกระเพาะอาหาร แต่สารสกัดใบและเมล็ด มีผลลดความเป็นกรดโดยรวมในกระเพาะอาหารลงได้ สารสกัดจากเมล็ดและใบ ขนาด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อป้อนให้สัตว์ทดลอง ไม่มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำย่อยและโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติม พบว่าผักกาดน้ำ สามารถยับยั้งเชื้อ H. pylori ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้
- ฤทธิ์แก้ท้องร่วง ทดสอบฤทธิ์แก้ท้องร่วงโดยให้สารสกัด ethanol จากใบผักกาดน้ำแก่หนูแรท ที่ได้รับน้ำมันละหุ่งเพื่อกระตุ้นให้ท้องร่วงและทดสอบการบีบตัวของลำไส้เล็กส่วน duodenum โดยใช้ลำไส้ที่แยกออกมาจากกระต่าย จากการทดสอบพบว่าเมื่อป้อนสารสกัดแก่หนูขนาด 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แสดงฤทธิ์ต้านการท้องร่วงได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง สารสกัดขนาด 200 และ 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สามารถลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยที่สารสกัดขนาดสูงมีประสิทธิภาพดีกว่าขนาดต่ำเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้สารสกัดใบผักกาดน้ำที่ความเข้มข้น 1.6 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้เกิดการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เล็กส่วน duodenum แต่ในความเข้มข้นที่สูงขึ้นจะทำให้ลำไส้คลายตัวอย่างรวดเร็ว
- ฤทธิ์รักษาแผลเบาหวานและแผลกดทับ การศึกษาแบบเปิดในผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลที่เท้า (diabetic foot ulcer) ที่มีความรุนแรงระดับ 1-2 ตามเกณฑ์ของ Wagner classification system และผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ (pressure ulcer) ความรุนแรงระดับ 2-3 ตามเกณฑ์ของ The International Journal of Lower Extremity WoundsPressure Injury Advisory Panel staging system จำนวน 94 ราย โดยสุ่มแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มทดสอบได้รับการรักษาด้วยเจลหญ้าเอ็นยืด (Plantago major L.) ความเข้มข้น 10% (ในตำรับประกอบสารสกัด 70% เอทานอลจากหญ้าเอ็นยืด, hydroxypropyl methylcellulose, methyl parabenและ propyl paraben) กำหนดให้ผู้ป่วยทาเจลที่แผลวันละ 1 ครั้ง หลังการทำความสะอาดแผลตามมาตรฐานด้วยน้ำเกลือและปิดบาดแผลด้วยผ้าก๊อซพันแผล กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มควบคุมได้รับการรักษาแผลตามมาตรฐานและปิดแผลด้วยแอลจิเนต แผ่นโฟม น้ำผึ้ง แผ่นไฮโดรคอลลอยด์และไฮโดรเจล โดยขึ้นกับลักษณะของบาดแผล ทำการทดสอบเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ผลพบว่าเจลหญ้าเอ็นยืดสามารถลดอาการผื่นแดงของบาดแผลและลดขนาดบาดแผลมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติตั้งแต่สัปดาห์แรกของการทดสอบ นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มที่ได้รับเจลหญ้าเอ็นยืดจำนวนผู้ป่วยบาดแผลหายสนิทมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบผู้ป่วยบาดแผลหายสนิท เท่ากับ 32 และ 9 คน ตามลำดับ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเจลสารสกัด 70% เอทานอลจากหญ้าเอ็นยืดมีฤทธิ์รักษาแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานและรักษาแผลกดทับได้

การศึกษาวิจัยทางพิษวิทยาของผักกาดน้ำ
มีรายงานผลการศึกษาวิจัยทางพิษวิทยา ของสารสกัดจากเมล็ดและใบผักกาดน้ำ ระบุว่า ฤทธิ์บรรเทาอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีรายงานการศึกษาฤทธิ์บรรเทาอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์ของหญ้าเอ็นยืด (Plantago major L.) ในหนูแรทเพศเมียที่เหนี่ยวนำให้เกิดข้ออักเสบด้วย Complete Freund’s Adjuvant (CFA) ด้วยการป้อนสารสกัดส่วนที่ไม่ละลายน้ำด้วย n-hexane ซึ่งแยกได้จากสารสกัดหยาบไดคลอโรมีเทนต้นหญ้าเอ็นยืด ขนาด 240 และ 480 มก./กก. ให้แก่หนูแรท ติดต่อกัน 30 วัน พบว่ายับยั้งการบวมของข้อได้ตามขนาดของสารสกัดที่ได้รับ โดยยับยั้งได้ 15.70% และ 15.94% ตามลำดับ แต่มีค่าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมบวกที่ได้รับยา diclofenac ขนาด 5 มก./กก. (ยับยั้งได้ 19.71%) และสารสกัดจากหญ้าเอ็นยืดมีผลต้านการอักเสบ ลดจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophils ลดการแสดงออกของสารอักเสบ tumor necrosing factor-α และ Interleukin-6 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณข้อด้วยเทคนิคทางจุลพยาธิวิทยา พบว่าจำนวนเซลล์อักเสบและความหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากหญ้าเอ็นยืด แสดงให้เห็นว่าสารสกัดส่วนที่ไม่ละลายน้ำด้วย n-hexane ซึ่งแยกได้จากสารสกัดหยาบไดคลอโรมีเทนต้นหญ้าเอ็นยืดมีฤทธิ์ต้านอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์
ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
ถึงแม้ว่าจะมีการศึกษาวิจัยความเป็นพิษของผักกาดน้ำระบุว่ามีความปลอดภัยสูง สำหรับการใช้ผักกาดน้ำ เป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค ต่างๆ นั้น ก็ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยการใช้ในขนาดและปริมาณที่เหมาะสมที่ได้ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในขนาดที่มากจนเกินไป หรือ ใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้
ที่มา:disthai.com

































