หน้าแรก ข่าวสมุนไพร SNPS ยกระดับสมุนไพรไทยกาง 3 เสาหลักปี 69 มุ่ง Integrated Business มูลค่าสูง หลังโชว์กำไรปี 68 โตแรง

SNPS ยกระดับสมุนไพรไทยกาง 3 เสาหลักปี 69 มุ่ง Integrated Business มูลค่าสูง หลังโชว์กำไรปี 68 โตแรง

1
0

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)

นางสาวธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ [SNPS] เปิดเผยว่า ก้าวต่อไปของ SNPS มุ่งเดินหน้าธุรกิจเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพ โดยยึดหลัก 3 เสาหลักเชิงกลยุทธ์ ได้แก่

1.Product Innovation : การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ Value-Added API และสูตรเฉพาะ เพื่อรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์และการใช้งานเชิงวิชาการที่หลากหลาย

2.Supply Chain Digitization : การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนต่อหน่วย และเสริมความยืดหยุ่นในการจัดหาและการผลิต และ

3.Precision Marketing & Channel Expansion : การขยายช่องทางจัดจำหน่ายเชิงกลยุทธ์ และการใช้ข้อมูลลูกค้าในการออกแบบกิจกรรมทางการตลาด ที่มุ่งเน้นผลตอบแทนสูงและการเติบโตอย่างยั่งยืน

“โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะสนับสนุนให้กลุ่มบริษัท สามารถรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการค่อยๆ ยกระดับอัตรากำไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับการแปลงยอดขายเป็นกระแสเงินสด การบริหารสินค้าคงคลัง และการจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสภาพคล่องและความพร้อมในการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะถัดไป ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยมองว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาวขององค์กร พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ในปี 2569” นางสาวธีรญา กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของ SNPS ในงวดปี 2568 กลุ่มบริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 571.70 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยรายได้หลักยังคงมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (API) ซึ่งขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม รวมถึงรายได้จากการรับจ้างพัฒนาและผลิตภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (ODM) ซึ่งยังคงเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงและสนับสนุนกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (OBM) เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเชิงกลยุทธ์ จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในระหว่างปี

และมีกำไรสุทธิ 109.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเติบโตของกำไรสุทธิอยู่ในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย และการใช้ประโยชน์จากขนาดการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น (operating leverage) ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นและสะท้อนคุณภาพของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 ที่มีความแข็งแกร่งได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ผลการดำเนินงาน ไตรมาส 4/68 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และโครงสร้างธุรกิจ มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจครบวงจรมูลค่าสูง (Integrated Business Model) อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 155.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้ 122.84 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 33.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวด เดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีกำไรสุทธิ 24.70 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิดังกล่าวเป็นผลจากการเติบโตของรายได้ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ส่งผลให้ อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น และสะท้อนถึงคุณภาพของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี

ที่มา:infoquest.co.th