หน้าแรก สรรพคุณสมุนไพร ขมิ้นชัน – รางจืด คู่หูสมุนไพร แก้เมาเหล้า

ขมิ้นชัน – รางจืด คู่หูสมุนไพร แก้เมาเหล้า

0
0

จากการศึกษา…ภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนาในการดูแลสุขภาพของผู้ที่เป็นโรคติดสุรา ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ปราชญ์ชาวบ้าน และแพทย์พื้นบ้านหรือหมอเมือง กล่าวว่า “การเลิกสุราจะมี 2 วิธี” คือ

1.จิตใจ ต้องหยุดต้องห้ามไว้ก่อน
2.ใช้ยาถอนพิษสุราออก ขับพิษ ล้างพิษออกไป

สมุนไพรตัวหนึ่งที่ทางล้านนานิยมใช้ล้างพิษสุรา ใช้เลิกสุรา คือ

1.เครือหน่ำแน้ หรือ รางจืด

ผู้ที่เป็นโรคติดสุรา เมื่อใช้จะรู้สึกปลอดโปร่ง สบายเนื้อสบายตัว ร่างกายสดชื่น เกิดภาวะสมดุลของธาตุในร่างกาย
นอกจากนี้ชาวบ้านบางคนจะรู้ดีว่า ถ้ารับประทานรางจืด ก่อนไปกินเหล้า จะดื่มเหล้าทน ไม่ค่อยเมา หรือรับประทานหลังกินเหล้า จะไม่ค่อยแฮงค์

ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยยืนยันการใช้รางจืด เพื่อป้องกัน และ บรรเทาอาการเมาเหล้า หรือ อาการเมาค้างได้
ดังนี้

  • พบฤทธิ์ของรางจืด ในหลอดทดลองและในหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์ ในการปกป้องตับจากพิษแอลกอฮอล์ ป้องกันการตายของเซลล์ตับ โดยทำให้ค่าเอนไซม์ตับ AST, ALT ในเลือดลดลง และยังช่วยลดไขมันพอกตับ(ไตรกลีเซอร์ไรด์) และลดความเสียหายของตัวเนื้อตับจากแอลกอฮอล์ (การเปลี่ยนแปลงสภาพทางจุลพยาธิวิทยาของตับ เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับเเอลกอฮอล์อย่างเดียว ไม่ได้รางจืด)
  • สารสกัดน้ำของรางจืด มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ (ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ตับ จากปฏิกิริยาการเกิดออกซิเดชันของไขมัน : hepatic lipid peroxidation) และลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยเพิ่มระดับเอนไซม์ที่ตับใช้กำจัดแอลกอฮอล์ (alcohol dehydrogenase และ aldehyde dehydrogenase) จึงเพิ่มความสามารถในการขจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย
  • การศึกษาในหนูที่ทำให้ติดเหล้า พบว่าสารสกัดรางจืดให้ผลลดภาวะซึมเศร้า และทำให้พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของหนูเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยสารสกัดรางจืดช่วยลดการถูกทำลายเซลล์ประสาทของหนู เนื่องจากขาดเหล้าในสมองส่วน mesolimbic dopaminergic system โดยเฉพาะที่บริเวณ nucleus accumbens และ ventral tegmental area ที่เกี่ยวข้องกับการเสพติด
  • การดื่มรางจืด 15 นาที ก่อนได้รับแอลกอฮอล์ ช่วยลดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในลมหายใจ
  • อาสาสมัครทหารเกณฑ์ประจำค่ายแห่งหนึ่ง ให้กลุ่มตัวอย่างดื่มเอทิลแอลกอฮอล์ 30 ซีซี. ใช้เป็นสุรากลั่นจากธัญพืช ปริมาณ 35% ยี่ห้อหนึ่งบนท้องตลาด กลุ่มหนึ่งไม่ให้รางจืด อีกกลุ่มให้ดื่มชารางจืดตาม (ขนาดบรรจุ 2.3 กรัม) พบค่าเฉลี่ยปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ ในเลือดวัดทันทีหลังดื่มเท่ากับ 51.31 mg% หลังดื่ม 1 ชั่วโมง กลุ่มที่ไม่ได้รับประทานรางจืด มีค่าเฉลี่ยปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงเหลือ เท่ากับ 33.03 mg% ขณะที่กลุ่มที่ได้รางจืด ลดลงเหลือ 6.14 mg% สรุปได้ว่า รางจืดทำให้ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงมากกว่าการไม่ดื่มรางจืดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือด เท่ากับ 88.10%

วิธีใช้

ใช้รูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง 1 ชั่วโมงก่อนดื่ม และสามารถใช้ซ้ำหลังดื่มได้ หากยังมีอาการเมาค้าง

  • ใบสด 5-7 ใบ หรือ ใบแห้ง 7-9 ใบ ต้มน้ำ 2 ลิตร
  • ดื่มครั้งละ 1-2 แก้ว 150-200 มล./แก้ว
  • ชาชง : 2-3 กรัม ชงกับ น้ำร้อน 200 มล.
  • แคปซูล : ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง

งานวิจัยใช้ในคน [เพื่อขับยาฆ่าแมลง] ใช้ 8 กรัมต่อวัน 14-21 วัน มีความปลอดภัย
ควรกินห่างจากยาโรคประจำตัวอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะยารางจืด อาจเร่งการขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ทำให้ประสิทธิผลของยาลดลง

ข้อควรระวัง
รางจืดอาจเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาล และยาลดความดันได้

2.ขมิ้นชัน แก้เมาค้าง

ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศญี่ปุ่น
วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น มีการดื่มสังสรรค์กันบ่อย ขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจในการทำงานสูง ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงเน้นการป้องกันอาการเมาค้าง มากกว่าการรักษาอาการเมาค้างหลังดื่ม โดยใช้ตัวช่วยเป็นเครื่องดื่มแก้เมาค้าง ดื่มก่อนไปงานเลี้ยง หาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป

โดยแนวคิดของคนญี่ปุ่นเชื่อว่าการเสริมสร้างความแข็งแรงของตับ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหยุดผลข้างเคียงจากแอลกอฮอล์

Ukon no Chikara (อุคอน โนะ ชิคาระ) แปลว่า “พลังของขมิ้น” เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น แสดงว่าต้องมีผลลัพธ์ที่ดี ไม่เช่นนั้น ความต้องการในตลาดคงไม่มากขนาดนี้ โดยมีหลากหลายรูปแบบมากมายหลายยี่ห้อ มักผสมกับวิตามินบี ขนาดที่ใส่ในขวดคิดเป็นสารเคอร์คูมิน 30 มิลลิกรัม หรือถ้าคิดเป็นขมิ้นชันแคปซูลของอภัยภูเบศร จะประมาณ 3 แคปซูล รับประทานก่อนไปสังสรรค์สัก 1-2 ชั่วโมง


ขมิ้นชัน มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระสูงมาก

“เหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์” ถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่มนุษย์เติมเข้าไปเองในร่างกาย ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้เลือดหรือร่างกายของมนุษย์มีแอลกอฮอล์เจือ เมื่อได้เข้ามา ร่างกายก็ต้องหาทางกำจัดทิ้งให้หมด โดยใช้ตับเป็นทางหลักในการขับออก การดื่มเหล้ามากๆ จึงทำให้ตับอักเสบ อักเสบบ่อยๆ ตับก็แข็ง เมื่อตับแข็งแล้ว มันคือพังผืดที่ไม่สามารถกลายเป็นเนื้อดีได้แล้ว ไม่หวนกลับ

ดังนั้น แม้จะมียาดีแค่ไหน ก็ต้องยับยั้งชั่งใจในการดื่มไว้บ้าง เพราะอาจจะเกินกำลังขีดความสามารถของร่างกายและสมุนไพร จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ #ไม่ดื่มดีที่สุด

ที่มา:facebook.com/abhaiherb