หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร “ว่าน 10 ชนิด” พืชสมุนไพร สรรพคุณเป็นยา

“ว่าน 10 ชนิด” พืชสมุนไพร สรรพคุณเป็นยา

1
0

“ว่าน” หนึ่งในพืชที่มีหลากหลายชนิด เป็นที่รู้จักมาช้านานหลายร้อยปี นับว่าเป็น พืชสมุนไพร ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย สรรพคุณเป็นยา
เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่โบราณ ทั้งในเรื่องของความเชื่อว่าเป็นพืชสิริมงคลแล้ว ยังเป็น พืชสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย ดังนี้ สรรพคุณเป็นยา

1.ว่านลูกไก่ทอง

ลักษณะ เป็นเฟินที่ขึ้นบนพื้นดิน มีอายุหลายปี สูง 1-2 เมตร ลำต้นเป็นเหง้าสั้นๆ ปกคลุมด้วยขนยาวสีเหลืองทองเป็นมันใบเรียงเวียนสลับ ใบประกอบแบบขนนกหลายชั้น รูปสามเหลี่ยม ก้านใบใหญ่ สีน้ำตาลแกมดำ โคนก้านมีขน สรรพคุณ นำขนที่ปกคลุมเหง้าและใบอ่อนมาปิดบาดแผลสด เพื่อห้ามเลือดได้

2.ว่านมหากาฬ

ลักษณะ เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 15-30 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรีถึงรูปไข่แกมรูปใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบจักลึกเป็นพูตื้น สีเขียวเข้มปนสีน้ำตาลอมม่วงเป็นมัน เส้นใบสีเขียวมีขนสั้นปกคลุม ช่อดอกออกที่ปลายยอดเป็นช่อกระจุกแน่น ก้านช่อดอกยาวประมาณ 20 เซนติเมตร สีน้ำตาลอมม่วงดอกย่อยจำนวนมาก สีเหลืองมีกลิ่นเหม็น
สรรพคุณ เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน หากกินหัวจะช่วยดับพิษร้อนแก้พิษไข้เซื่องซึม กระสับกระส่าย แก้อักเสบ หรือนำใบสดมาโขลกผสมสุราปิดพอกฝีหรือหัวลำมะลอกช่วยถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน

3.ว่านเพชรหึง

ลักษณะ กล้วยไม้อิงอาศัยแตกหน่อขนาดใหญ่ สูง 1-2 เมตร เห็นข้อปล้องชัดเจน รากอวบกลม ใบเดี่ยว รูปแถบ กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร เรียงสลับในระนาบเดียวกัน ช่อดอกออกจากช่อเทียมเป็นช่อกระจะขนาดใหญ่ ชูตั้งยาว 50-100 เซนติเมตร ทยอยบานจากโคนไปยังปลายช่อ ดอกบานขนาด 5-6 เซนติเมตร สีเหลืองมีจุดน้ำตาลกระจายทั่วดอกเป็นกล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
สรรพคุณ เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน แก้พิษงู ตะขาบ หรือแมงป่องกัดต่อย โดยนำลำต้นมาฝนกับเหล้าแล้วดื่ม หรือใช้กากพอกปากแผล ช่วยถอนพิษ ถ้าฝนกับน้ำซาวข้าวทาบริเวณฝี จะช่วยดับพิษฝี หากหั่นบาง ๆ ล้างน้ำให้สะอาด ดองเหล้าดื่มจะช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยบำรุงกำลัง ถ้ากินเป็นประจำจะเป็นยาอายุวัฒนะ

4.ว่านไพลดำ

ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงถึง 1.60 เมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าทอดเลื้อยสั้นๆสีดำ เนื้อในหัวสีม่วงเข้มหรือสีม่วงอมน้ำตาล มีกลิ่นฉุนร้อน ลำต้นสีม่วงคล้ำ ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบหนา เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน ช่อดอกออกจากเหง้า มีใบประดับเรียงซ้อนกันเป็นชั้นสีแดงคล้ำ ดอกสีเหลืองอ่อน มีสีม่วงแดงอ่อนๆ
สรรพคุณ เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน โดยนำหัวสดต้มน้ำใส่เกลือเล็กน้อย แล้วดื่มก่อนอาหารทุกเช้า – เย็น จะช่วยแก้ โรคกระเพาะอาหารและลำไส้ หรือนำหัวว่านมาหั่นตากแดดให้แห้งแล้วบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนเล็กๆ กินทุกเช้า – เย็นวันละ 2 – 3 เม็ดจะช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้ธาตุพิการ

5.ว่านกระบี่ทอง

ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นสูงกว่า 1 เมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เหง้าหลักรูปไข่ สีน้ำตาลเป็นมัน เนื้อในสีเหลืองอ่อน แตกแขนงย่อยทั้งสองข้าง มีขนาดใหญ่และยาวออกเพียงด้านเดียว โค้งขึ้นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน มีแถบสีแดงแกมน้ำตาลที่เส้นกลางใบ ช่อดอกออกที่ปลายลำต้นเทียม ใบประดับด้านล่างสีเขียวอมม่วง ด้านบนสีชมพูอมม่วง ดอกสีเหลือง
สรรพคุณ หัวสดโขลกให้ละเอียดผสมเหล้าขาวหรือน้ำปูนใส แล้วกรองเอาน้ำดื่มแก้ปวดท้อง ฝนหัวสดกับน้ำปูนใสข้น ๆ ใช้ทาฝีในปาก จมูก ช่วยถอนพิษอักเสบ ทำให้ฝียุบ บุบหัวสดพอแตก จุ่มเหล้าขาวให้ซึมเล็กน้อยแล้วอมไว้ในปาก จะทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ และต่อมทอนซิลอักเสบได้ดีนิยมใช้เป็นสมุนไพรกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

6.ว่านทิพยาเนตร

ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเทียมสูง 25-40 เซนติเมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เหง้าหลักค่อนข้างกลม สีน้ำตาล เนื้อในสีเหลืองอ่อน มีรากสะสมอาหารบริเวณปลายราก ใบรูปรีแกมรูปใบหอก เนื้อใบหนา ขอบใบเป็นคลื่น ด้านบนใบสีเขียว มีลายแต้มสีเขียวเทาพาดเป็นระยะ เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นหอม ก้านใบยาว 10-15 เซนติเมตร โคนกาบใบสีแดงเรื่อ ช่อดอกออกจากเหง้า เกิดจากการเจริญเติบโตของลำต้นเทียม ใบประดับรูปไข่เรียวแหลม สีเขียวอ่อน ดอกสีขาวแต้มสีม่วง
สรรพคุณ หัวใช้เป็นสมุนไพรแก้ตาแดง ตามัวฝ้าฟางหรือริดสีดวงตา ตาช้ำ

7.ว่านช้อยนางรำ

ลักษณะ ไม้พุ่มอายุหลายปีสูงได้ถึง1 เมตร รากสะสมอาหารขนาดใหญ่ใบเรียงสลับ ใบประกอบ 3 ใบย่อย ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบกลม ปลายใบมน กึ่งกลางแผ่นใบเหลือบเงิน ใต้ใบมีขนละเอียดปกคลุมบนแผ่นใบมีต่อมที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบ ก้านช่อมีขน ดอกรูปถั่ว มี 5 กลีบ สีม่วงแดง ผลเป็นฝักหักข้อสีน้ำตาล ภายในมี 2-6 เมล็ด
สรรพคุณ เป็นว่านทางคงกระพันชาตรี ใช้เป็นยาแก้พิษยาเบื่อ ยาสั่ง และอาหารที่มีพิษ โดยนำหัวมาฝนกับน้ำซาวข้าวกิน จะทำให้อาเจียน นำเหง้ามาต้มกินเป็นยาแก้ปวดข้อต่างๆ

8.ว่านพญาช้างเผือก

ลักษณะ เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 1 เมตร มีน้ำยางใสทุกส่วนของลำต้น ข้อปล้องชัดเจน ทุกส่วนอวบน้ำเมื่อมีอายุมากขึ้น ลำต้นมักเลื้อยไปตามผิวดิน ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมนปลายใบแหลม ใบสีเขียว มีจุดด่างสีขาวกระจายทั่วใบ ก้านใบสีเขียวช่อดอกออกที่ซอกใบแบบเชิงลด มีกาบใบประดับรองรับช่อดอกสีเขียวอ่อน
สรรพคุณ ใช้เป็นสมุนไพร โดยนำใบมาตำกับเหล้าใช้ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย ทุกส่วนของว่านชนิดนี้มีสารแคลเซียมออกซาเลต เมื่อสัมผัสน้ำยางจะเกิดอาการระคายเคืองอย่างแรง ก่อนใช้ควรศึกษาให้ดี

9.ว่านห้าร้อยนาง

ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเทียมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เหง้าหลักรูปทรงกลมแกมรูปรี ขนาดเล็ก เนื้อในหัวสีเหลือง แตกแขนงจำนวนมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก ปลายเรียวแหลม
สรรพคุณ หัวบดเป็นผงกินกับน้ำผึ้ง เป็นยาอายุวัฒนะ หรือกินหัวสดแก้จุกเสียด ปวดท้อง หรือโขลกกับเหล้าขาวคั้นน้ำดื่ม แก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อน หากต้มน้ำดื่ม 3 เวลาก่อนอาหาร จะช่วยแก้โรคตา หรือตำผสมเหล้าขาวแล้วผสมน้ำดื่ม แก้โรคซางเด็ก ใช้กวาดคอเด็ก

10.ว่านกระชายดำ

ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเทียมสูง 20-30 เซนติเมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เหง้าหลักรูปทรงกลมสีน้ำตาล เนื้อในสีม่วงอ่อนถึงสีม่วงดำ หัวใหม่เกิดด้านข้างต่อกันคล้ายสร้อยลูกปัด ยาว 7-10 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่ โคนใบเบี้ยว ขอบใบสีม่วง ใบอ่อนสีเขียวอมแดง เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียวทั้งสองด้าน ขอบใบสีม่วงแดง ช่อดอกออกที่ปลายลำต้นเทียม ยาวโผล่พ้นกาบใบ ดอกสีขาวแต้มสีม่วง
สรรพคุณ นำหัวมาหั่นเป็นแว่นๆ ตากแดด แล้วบดให้ละเอียดผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ด กินครั้งละ 1 – 2 เม็ดก่อนอาหารทุกวัน จะช่วยบำรุงทางเพศสำหรับผู้ชาย แต่ควรศึกษาก่อนใช้ เพราะหัวสดจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและกระเพาะอาหารระคายเคือง หัวบดเป็นผงกินกับน้ำผึ้ง เป็นยาอายุวัฒนะ หรือกินหัวสดแก้จุกเสียด ปวดท้อง หรือโขลกกับเหล้าขาวคั้นน้ำดื่ม แก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อนหากต้มน้ำดื่ม 3 เวลาก่อนอาหาร จะช่วยแก้โรคตา หรือตำผสมเหล้าขาวแล้วผสมน้ำดื่ม แก้โรคตานซางเด็ก ใช้กวาดคอเด็ก

ที่มา:baanlaesuan.com