เปลือกของอบเชยต้นมีความหอมหวาน บำรุงดวงจิต แก้อ่อนเพลีย ทำให้มีกำลัง ขับผายลม ส่วนของเปลือกต้มหรือทำเป็นผง แก้โรคหนองในและแก้โทษน้ำคาวปลา ใช้เป็นยานัตถุ์ แก้ปวดศีรษะ ปรุงรับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง และปรุงเป็นยาแก้บิด และไข้สันนิบาต
อบเชยต้น(เชียด) : กลุ่มยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Cinnamomum iners Reinw. ex Blume
ชื่อสามัญ :Cinnamon
วงศ์ :Lauraceae
ชื่ออื่น : กระแจะโมง กะเชียด กะทังนั้น (ยะลา) กระดังงา (กาญจนบุรี) กะพังหัน โกเล่ เนอม้า (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) เขียด เคียด เฉียด ชะนุต้น (ภาคใต้) มหาปราบตัวผู้ อบเชย อบเชยต้น (ภาคกลาง) ดิ๊กซี่สอ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) บอกคอก (ลำปาง) ฝักดาบ (พิษณุโลก) พญาปราบ (นครราชสีมา) สะวง (ปราจีนบุรี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ไม้ยืนต้นสูง 15–20 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมรูปเจดีย์ต่ำ ทึบ เปลือกเรียบสีเทาแก่หรือเทาปนน้ำตาล
ใบ
ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน เนื้อใบหนา แข็งและกรอบ มีเส้นแขนงจากโคนใบ 3 เส้น

ดอก
ดอกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อนหรือเขียวอ่อน
ผล
ผลขนาดเล็ก รูปไข่กลับ ผลมีเมล็ดเดียว
ส่วนที่ใช้ : เปลือก ใบ

สรรพคุณและวิธีใช้
เปลือก
- หอมหวาน บำรุงดวงจิต แก้อ่อนเพลีย ทำให้มีกำลัง ขับผายลม
- เปลือกต้ม หรือทำเป็นผง แก้โรคหนองในและแก้โทษน้ำคาวปลา
- ใช้เป็นยานัตถุ์ แก้ปวดศีรษะ ปรุงรับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง และปรุงเป็นยาแก้บิด และไข้สันนิบาต

ใบ
- เป็นสมุนไพรหอม ปรุงเป็นยาหอม แก้ลมวิงเวียนและจุกเสียดแน่นและลงท้อง เป็นยาบำรุงกำลัง และบำรุงธาตุ
รากกับใบ
- ต้มน้ำรับประทาน แก้ไข้เนื่องจากความอักเสบของสตรีที่คลอดบุตรใหม่ๆ
ข้อควรสังเกต/ข้อควรระวัง
ใบของต้นอบเชยบางชนิดที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแกง นิยมเรียกกันว่า ใบกระวาน
ผู้ที่มีปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขัด เป็นโรคริดสีดวง อุจจาระแข้งแห้ง และหญิงมีครรถ์ไม่ควรรับประทานอบเชย
ที่มา:rakbankerd.com
































