หน้าแรก สมุนไพรไทย Health ผักปลัง

ผักปลัง

1
0

ผักปลัง เป็นผักพื้นบ้านประเภทไม้เลื้อย อวบน้ำ มีเมือกเหนียว มีทั้งสีเขียวและสีม่วงแดง (ผักปลังแดง) อุดมด้วยวิตามิน แคลเซียม เหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ  ลำต้น ไม้เลื้อย อวบน้ำ มีทั้งสีเขียวและสีม่วงแดง ใบรูปหัวใจหรือไข่ อวบน้ำ มันวาว มีเมือกเหนียว ดอกออกเป็นช่อ สีขาวอมชมพู ผล: ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงดำ

ชื่อสมุนไพร : ผักปลัง
ชื่ออื่นๆ : ผักปลังใหญ่ (ภาคกลาง) ผักปั๋ง (ภาคเหนือ) ผักปลังขาว ผักปลังแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Basella alba L.
ชื่อพ้อง : Basella cordifolia Lam., B. japonica Burm.f., B. lucida L., B. nigra Lour., B. ramosa J. Jacq. ex Spreng., B. rubra L., B. volubilis Salisb., Gandola nigra
ชื่อวงศ์ : Basellaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ไม้เถาเลื้อยล้มลุก ลำต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม แตกกิ่งก้านสาขา ยาวประมาณ 2-6 เมตร ถ้าลำต้นมีสีเขียว เรียกว่า “ผักปลังขาว” มีใบสีเขียวเข้ม
  • ส่วนชนิดลำต้นสีม่วงแดง เรียกว่า “ผักปลังแดง” มีใบสีเขียวเข้ม ก้านใบสีม่วงแดง 
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับ รูปไข่ หรือรูปหัวใจ ใบกว้าง 2-8 เซนติเมตร ยาว 2.5-12 เซนติเมตร ใบอวบน้ำ มีลักษณะเป็นมันหนานุ่มมือ ฉีกขาดง่าย หลังใบและท้องใบเกลี้ยงไม่มีขน ขยี้จะเป็นเมือกเหนียว ปลายใบแหลม โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1-3 เซนติเมตร
  • ดอกเป็นดอกช่อเชิงลด ออกตรงซอกใบ ยาว 3-21 เซนติเมตร ดอกย่อยจำนวนมาก ขนาดเล็ก ไม่มีก้านชูดอก แต่ละดอกมี 5 กลีบ ผักปลังขาวออกดอกสีขาว ผักปลังแดงออกดอกสีม่วงแดง ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร มีใบประดับเล็ก 2 ใบ ติดที่โคนของกลีบรวม กลีบรวมรูประฆัง ยาว 0.1-3 มิลลิเมตร โคนเชื่อมติดกันเป็นท่อ ปลายแยกเป็นห้าแฉกเล็กน้อย
  • เกสรเพศผู้มีจำนวน 5 อัน ติดที่ฐานของกลีบดอก อับเรณูรูปกลม ยาว 0.1-0.5 มิลลิเมตร ติดก้านชูเกสรที่ด้านหลัง ก้านชูเกสรเพศผู้ เป็นแท่งยาว 0.1-1 มิลลิเมตร เกสรเพศเมีย 1 อัน กลม ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 3 แฉก แต่ละแฉกเป็นรูปแท่งปลายแหลม ยาว 0.1-0.5 มิลลิเมตร
  • รังไข่ 1 ช่อง รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปค่อนข้างรี ยาว 0.1-0.5 มิลลิเมตร ก้านชูเกสรเพศเมีย ยาว 0.1-0.5 มิลลิเมตร ผลเป็นผลสด รูปร่างกลมแป้น ฉ่ำน้ำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม.  ผิวเรียบ ปลายผลมีร่องแบ่งเป็นลอน ไม่มีก้านผล
  • ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีม่วงอมดำ เนื้อภายในนิ่ม ภายในผลมีน้ำสีม่วงดำ เมล็ดเดี่ยว มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกา และมีการกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชีย เข่น จีน ญี่ปุ่น และไทย พบตามป่าทุ่ง ตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป นิยมปลูกเป็นผักริมรั้ว ออกยอดตลอดปี
  • ผักปลัง นำมาประกอบอาหารได้ทั้งยอดอ่อนและดอกอ่อน โดยทั่วไปเราจะนำยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อนลวกจิ้มน้ำพริก (น้ำพริกอ่อง, น้ำพริกตาแดง) หรือใส่แกง (แกงเลียง, แกงส้ม) ส่วนผลสุกใช้ทำสีผสมอาหารได้. มีสรรพคุณช่วยระบบขับถ่าย บำรุงสายตา และสร้างภูมิคุ้มกัน.

ส่วนสรรพคุณ ไม่ต้องพูดถึงมีมากมายได้แก่ แคลเซียม และธาตุเหล็กสูง ธาตุเหล็กและแคลเซียมอยู่สูง รวมทั้งมีวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี  มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย เมือกของดอกปลัง มีสรรพคุณช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้ดี เป็นยาระบายอ่อน ๆ บำรุงสายตา บำรุงกระดูก/ฟัน ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยัง ใช้ทาแก้กลากเกลื้อน แก้โรคเรื้อน ดับพิษฝีดาษ แก้เกลื้อน คั้นเอาน้ำทาแก้หัวนมแตกเจ็บ ส่วนข้อควรระวังผักปลัง มีสารออกซาเลตในปริมาณหนึ่ง ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคนิ่วในไต สารออกซาเลตอาจไปจับตัวกับแคลเซียมและสะสมกลายเป็นนิ่วในไตได้ นอกจากนี้ผักปลังมีใยอาหารสูงและมีเมือกที่มีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้บางคนมีอาการท้องเสีย หรือท้องเดินได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบขับถ่ายที่ไวต่อการกระตุ้นอยู่แล้ว ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไป และควรลวกหรือต้มก่อนนำไปประกอบอาหาร เพื่อลดปริมาณสารออกซาเลต (สารออกซาเลตบางส่วนจะละลายไปกับน้ำที่ลวกทิ้ง) ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเป็นประจำ

สรรพคุณ

  • ตำรายาไทย ทั้งต้น รสเย็น ต้มดื่มแก้ขัดเบา แก้ท้องผูก ลดไข้
  • โขลกพอกแก้กลาก ผื่นคัน แก้พิษฝีดาษ แก้อักเสบ
  • ใบ มีรสหวานเอียน ระบายท้อง ขับปัสสาวะ แก้บิด แก้อักเสบ แก้โรคกระเพาะอักเสบ
  • แก้กลาก แก้ผื่นคัน ฝี
  • ดอก รสหวานเอียน ใช้ทาแก้กลากเกลื้อน แก้โรคเรื้อน ดับพิษฝีดาษ แก้เกลื้อน
  • คั้นเอาน้ำทาแก้หัวนมแตกเจ็บ
  • ต้น รสหวานเอียน แก้อึดอัดแน่นท้อง ระบายท้อง
  • แก้พิษฝีดาษ แก้พิษฝี แก้อักเสบบวม
  • ต้มดื่มแก้ไส้ติ่งอักเสบ
  • ราก รสหวานเอียน แก้มือเท้าด่าง
  • แก้รังแค แก้โรคผิวหนัง
  • แก้ท้องผูก แก้พรรดึก
  • ใช้ทาถูนวดให้ร้อนเพื่อให้เลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณที่ทาให้มากขึ้น
  • น้ำคั้นรากเป็นยาช่วยหล่อลื่นภายใน และขับปัสสาวะ
  • ใบ ยอดอ่อน ช่อดอก นำมาต้มลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือนึ่งกับปลา
  • ยอดอ่อน ใบ นำมาแกงจืดกับหมูสับ ช่อดอก ต้น และใบ แกงส้ม
  • เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหาร มีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง อุดมด้วยวิตามิน A, Bและ C เป็นผักที่มีเมือกมาก กินแล้วช่วยระบายอ่อนๆ ผล ใช้แต่งสีอาหาร ให้สีม่วงแดง
  • ประเทศอินเดีย ใช้ทั้งต้น แก้ลมพิษ ผื่นคัน แผลไฟไหม้ ต้นและใบ ใช้แก้มะเร็งเม็ดสีผิว มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งช่องปาก
  • ประเทศบังคลาเทศ ทั้งต้นใช้ตำพอกหน้า ป้องกันสิว และกระ

ที่มา:dailynews.co.th,phar.ubu.ac.th