หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร ราชินีสมุนไพร “กะเพรา” ผักสวนครัวที่คุ้นเคย เจาะลึกประโยชน์และโทษที่หลายคนไม่รู้

ราชินีสมุนไพร “กะเพรา” ผักสวนครัวที่คุ้นเคย เจาะลึกประโยชน์และโทษที่หลายคนไม่รู้

1
0

เจาะลึก “กะเพรา” ผักสวนครัวฉายา “ราชินีสมุนไพร” แพทย์โบราณใช้เป็นยากว่า 5,000 ปี เปิดประโยชน์และโทษที่หลายคนไม่รู้

สำหรับคนไทย “กะเพรา” อาจเป็นแค่ผักสวนครัวในเมนูสิ้นคิดอย่างผัดกะเพรา แต่รู้หรือไม่ว่าในศาสตร์การแพทย์อายุรเวทของอินเดียที่มีมานานกว่า 5,000 ปี กะเพราได้รับการยกย่องให้เป็นถึง “ราชินีแห่งสมุนไพร” (Queen of Herbs) ที่มีสรรพคุณดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่ผักแต่งกลิ่นธรรมดาๆ เลย

ทำความรู้จัก “กะเพรา” ในมุมวิทยาศาสตร์

กะเพรา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum tenuiflorum (ชื่อสามัญ: Holy basil หรือ Sacred basil) เป็นไม้ล้มลุกในวงศ์ Lamiaceae ที่มีรสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ ตำราสมุนไพรไทยระบุว่า กะเพรามีฤทธิ์ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง บำรุงธาตุ และช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี

ในท้องตลาดและวิถีชาวบ้านจะแบ่งกะเพราออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก (และมีสายพันธุ์ลูกผสม) ซึ่งมีความโดดเด่นต่างกัน ดังนี้:

  1. กะเพราขาว: ใบใหญ่ สีเขียวสด กลิ่นหอมละมุน มีกลิ่นเขียวเล็กน้อย นิยมใช้ปรุงอาหารทั่วไป
  2. กะเพราแดง: กิ่งก้านและใบมีสีอมแดงอมม่วง ใบเล็กกว่า แต่กลิ่นหอมฉุนและรสชาติเผ็ดร้อนกว่ามาก นิยมใช้ทำอาหารรสจัดเพื่อดับกลิ่นคาว เช่น ผัดเผ็ด ต้มโคล้ง แกงป่า

เคล็ดลับความแซ่บ: ถ้าอยากทำ “ผัดกะเพรา” ให้หอมฉุนเตะจมูก รสชาติถึงใจ แนะนำให้เลือก “กะเพราแดง” และถ้าเลือกกำที่มี “ดอกกะเพรา” ติดมาด้วย จะยิ่งเพิ่มความหอมเข้มข้นขึ้นอีกเป็นเท่าตัว!นอกจากนี้ยังเหมาะกับเมนูต้มยำ ผัดฉ่า หรือทอดมันอีกด้วย

ประโยชน์ทางการแพทย์ (ตามศาสตร์อายุรเวท)

  • ใช้ปรับสมดุลธาตุในร่างกาย
  • ช่วยรับมือความเครียด
  • ใช้รักษาหวัด ปวดหัว ระบบย่อยอาหาร อักเสบ โรคหัวใจ
  • เสริมภูมิคุ้มกัน
  • ขับสารพิษ
  • เชื่อว่าช่วยให้อายุยืน

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่น่าทึ่ง

1.ต้านอนุมูลอิสระ ลดความผิดปกติของเซลล์

2.ลดความดันโลหิต

3.ลดไขมันในเลือด

4.ปกป้องหัวใจ

5.รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

6.ลดการบีบตัวของลำไส้

7.ขับลมในเด็กทารก

8.ต้านอักเสบ

9.แก้ปวด

10.ปกป้องตับ

11.ควบคุมน้ำตาลในเลือด (เบาหวาน)

12.ต้านแบคทีเรียในลำไส้

13.รักษาสิว

วิธีการบริโภคกะเพราเพื่อสุขภาพ

ปัจจุบันเราสามารถรับประโยชน์จากกะเพราได้หลายรูปแบบตามความสะดวก:

  • ใช้ปรุงอาหาร: กินใบสดกึ่งดิบ หรือผัดในเมนูต่างๆ ได้คุณค่าจากธรรมชาติ
  • ชากะเพรา: ใช้ใบหรือผงแห้ง 2-3 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด ทิ้งไว้ 5-6 นาที จิบอุ่นๆ ช่วยผ่อนคลายระบบย่อยอาหาร
  • อาหารเสริมแบบแคปซูล: สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการทานเพื่อบำรุงร่างกายระยะยาว
  • น้ำมันหอมระเหย: สกัดจากใบและดอก ใช้สูดดมเพื่อลดความเครียด

ข้อควรระวัง: ประโยชน์เยอะ แต่ใช่ว่าจะกินเท่าไหร่ก็ได้!

ในกะเพรามีสารสำคัญชื่อว่า “ยูจินอล” (Eugenol) ซึ่งหากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไป (เช่น จากสารสกัดหรืออาหารเสริม) อาจก่อให้เกิดผลเสียได้ จึงมีข้อควรระวังสำหรับคนเฉพาะกลุ่มดังนี้:

  • ผลข้างเคียงทั่วไป: หากทานมากเกินไปอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือหัวใจเต้นเร็ว
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงสารสกัดหรืออาหารเสริมจากกะเพรา เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • คุณผู้ชาย: การทานสารสกัดกะเพราปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์และทำให้มีบุตรยาก
  • ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด: กะเพรามีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด หากทานร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่ายขึ้น

หมายเหตุ: หากต้องการใช้กะเพราในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดเพื่อรักษาโรค ควรกำกับดูแลและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

ที่มา:sanook.com