แก่นฝาง สมุนไพรไทย อีกชนิดที่จัดเป็นยาดีมีประโยชน์ หากแต่ต้องรู้จักวิธีใช้ และข้อควรระวัง เพื่อป้องกันโทษของแก่นฝางส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย
แก่นฝาง หลายคนรู้จักสมุนไพร ชนิดนี้ว่าเป็นพืชที่ให้สีแดงและถูกนำมาใช้ในการย้อมผ้า ผสมสีอาหาร หรือใช้เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำยาอุทัยที่สาว ๆ มักใช้บำรุงเลือด แต่นอกเหนือจากสรรพคุณเหล่านี้ แก่นฝางยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกสารพัด วันนี้เราจะไปเจาะลึกเรื่องของต้นฝาง พร้อมทำความเข้าใจถึงวิธีใช้และข้อควรระวังอย่างละเอียด

แก่นฝาง คืออะไร
แก่นฝาง คือแก่นของต้นฝาง ภาษาอังกฤษคือ Sappan wood
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Caesalpinia sappan L.
อยู่ในวงศ์ถั่ว และวงศ์ย่อยราชพฤกษ์ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
มีชื่อเรียกในภาษาอื่น ๆ เช่น ฝางเสน, ฝางส้ม, หนามโค้ง, ฟอ, ง้าย จัดเป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่ง เนื้อไม้หรือแก่นจะมีสีเหลืองส้มและสีแดง จึงนิยมนำมาใช้ในการย้อมผ้า รวมทั้งใช้ประกอบเครื่องยาตามตำรับยาไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของฝาง
ฝางเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 5-8 เมตร สามารถเจริญเติบโตได้ดีตามป่าละเมาะ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ลักษณะลำต้นและกิ่งมีหนามโค้งสั้น ๆ เปลือกมีสีน้ำตาลแกมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบย่อยมีรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีสีเหลือง มีเส้นสีแดงอยู่ภายใน ส่วนผลจะเป็นฝักแบน แข็ง เป็นจะงอยแหลม สีน้ำตาลเข้ม เปลือกเป็นสันมน ปลายแหลม มีเมล็ดเป็นรูปรี 2-4 เมล็ด

ทั้งนี้ ฝางจะมีอยู่ 2 ชนิดตามสีของเนื้อไม้และแก่น คือ
ฝางเสน : เนื้อไม้หรือแก่นมีสีแดง เมื่อถูกอากาศนาน ๆ จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เสี้ยนตรง เนื้อแข็งละเอียด แก่นที่มีสีแดงเข้มจะมีรสขมหวาน
ฝางส้ม : เนื้อไม้หรือแก่นเป็นสีเหลืองอมส้ม รสฝาดขม เครื่องยามีกลิ่นอ่อน

แก่นฝาง สรรพคุณทางยามีอะไรบ้าง
ส่วนของต้นฝางที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดก็คือ แก่น ซึ่งมีรสฝาด เค็ม ชุ่ม เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ โดยสรรพคุณทางยาของแก่นฝางตามตำรับยาไทย มีดังนี้
- ใช้บำรุงโลหิตสตรี ให้เลือดลมไหลเวียน ช่วยขับประจำเดือน แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- บรรเทาปัญหาระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง ท้องเสีย แก้ธาตุพิการ
- ช่วยสมานแผลภายในและภายนอก ทำให้แผลหายเร็วขึ้นและลดการอักเสบของผิวหนัง
- รักษาอาการน้ำกัดเท้า ฆ่าเชื้อโรค รักษาโรคผิวหนังบางชนิด
- ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ
- มีฤทธิ์เย็น จึงช่วยบรรเทาอาการร้อนใน แก้กระหายน้ำ
- บรรเทาอาการจุกเสียดแน่นและเจ็บหน้าอก กระจายเลือดที่อุดตัน
- มีการศึกษาพบว่า สารสกัด Hydro-alcoholic จากแก่นฝาง มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ในขณะที่สาร Brazilin ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงการศึกษาในสัตว์ทดลอง
- บำรุงรากผม ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ทำให้ผมดกดำ ลดอาการคันหนังศีรษะ
- น้ำมันระเหยจากแก่นฝางสามารถใช้เป็นยาสมานอย่างอ่อนได้

แก่นฝาง ใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
ใช้แต่งสีอาหารหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
นำแก่นฝางมาแช่น้ำหรือต้มเคี่ยวจะได้สีชมพูเข้ม ใช้แต่งสีอาหาร ผสมในน้ำดื่ม ทำน้ำยาอุทัย ผสมในสบู่ เป็นต้น ส่วนรากจะให้สีเหลือง สามารถใช้แต่งสีอาหารได้เช่นกัน
นำมาต้มดื่ม
เพื่อบรรเทาอาการร้อนใน แก้กระหายน้ำ ขับเสมหะ

ใช้เป็นยาขับประจำเดือน
ตามตำรับยาไทยระบุว่า ให้ใช้แก่น 5-15 กรัม หรือ 5-8 ชิ้น ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เติมเนื้อมะขามที่ติดรกอยู่ (แกะเมล็ดออกแล้ว) ประมาณ 4-5 ฝัก เคี่ยวให้เหลือ 1 แก้ว รับประทานเช้า-เย็น
ใช้บำรุงหลังคลอดบุตร
นำเนื้อไม้มาผสมกับปูนขาว บดทาหน้าผากหลังคลอดบุตร ช่วยให้เย็นศีรษะ
แก้ท้องร่วง
ใช้แก่น 4-6 ชิ้น ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว
ใช้รักษาน้ำกัดเท้า
ฝนแก่นฝาง 2 ชิ้นกับน้ำปูนให้ข้น ๆ ทาบริเวณที่น้ำกัดเท้า
ใช้ย้อมผ้า
น้ำต้มจากแก่นฝางสามารถนำมาย้อมสีผ้าไหม ผ้าฝ้าย โดยเส้นใยที่ย้อมได้จะเป็นสีแดงชมพู หากนำไปจุ่มน้ำปูนใสจะได้เป็นสีบานเย็น แต่ถ้านำรากฝางมาใช้ย้อมผ้าจะได้เส้นใยที่มีสีเหลือง
ใช้ทำเครื่องเรือน
โดยนำเนื้อไม้ฝางที่มีสีออกแดงหรือน้ำตาลเข้มมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์
นอกจากนี้ในปัจจุบันมีการนำฝางมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำสมุนไพรฝางแบบผงชง ยาแคปซูลฝาง รวมทั้งเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เช่น แชมพู สบู่ โลชั่น ครีม เจล เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้สะดวกขึ้น

โทษของแก่นฝาง
โดยทั่วไปแล้ว แก่นฝาง เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม การรับประทานในปริมาณมากเกินไป หรือผู้ที่มีอาการแพ้ อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และการใช้ในขนาดที่สูงสามารถเป็นพิษต่อตับได้ จึงควรระมัดระวังในการใช้ฝาง
ข้อควรระวัง
- ควรใช้ฝางในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย
- หากใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของฝาง ควรทดสอบการแพ้โดยทาบนผิวเพียงเล็กน้อยดูก่อน และไม่ควรนำฝางไปใช้กับบริเวณที่มีบาดแผลเปิด
- คนที่มีอาการแพ้สมุนไพรบางชนิดควรระมัดระวังในการใช้ฝาง
- หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานฝาง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของฝาง เพราะฝางมีฤทธิ์เป็นยาขับประจำเดือน อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
- ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน ไม่ควรรับประทานฝาง เพราะจะยิ่งเสริมฤทธิ์กัน
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคตับ โรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ฝาง
การใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย เพราะหากใช้โดยไม่มีความรู้ หรือใช้เกินปริมาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรชนิดใด ๆ ย่อมเกิดผลข้างเคียงได้ไม่ต่างกัน
ที่มา:kapook.com

































