กระแสสุขภาพในยุคปัจจุบันทำให้คำว่า “Superfood” หรืออาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลายคนอาจนึกถึงควินัว อะโวคาโด หรือโกจิเบอร์รี่นำเข้า แต่ในความเป็นจริงเมืองไทยเองก็มี Superfood ท้องถิ่น ที่ทั้งหาง่าย ปลูกง่าย และเต็มไปด้วยคุณค่าโภชนาการอย่างน่าทึ่ง มาทำความรู้จักวัตถุดิบไทย ๆ ที่เป็น Superfood กันดีกว่า

ไข่ผำ (Wolffia globosa)
ไข่ผำ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไข่น้ำ เป็นพืชน้ำที่ลอยอยู่บนผิวน้ำตามธรรมชาติ และเป็นสุดยอด Superfood ที่มีปริมาณโปรตีนสูงมากถึง 40% ของน้ำหนักแห้งสูงกว่าถั่วเหลืองเสียอีก มีกรดอะมิโนจำเป็น (essential amino acids) ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้เหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติหรือวีแกน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย วิตามินบี 12 และยังมี ไฟเบอร์ โอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงกระดูกและฟัน และดีต่อระบบขับถ่าย คุณประโยชน์ขนาดนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นโปรตีนแห่งอนาคตไปแล้ว
ผำเจริญเติบโตได้ดีในน้ำจืดนิ่งๆ เช่น สระน้ำ บ่อเลี้ยงปลา หรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาด ชอบแสงแดดรำไรถึงแดดจัด ซึ่งถ้าหากอยากเพาะเลี้ยงผำก็ทำได้ง่ายมาก เพียงนำผำที่ได้มาปล่อยลงในภาชนะที่ใส่น้ำ เช่น กะละมัง อ่างบัว หรือบ่อขนาดเล็ก ให้มีแสงแดดส่องถึงเล็กน้อย ผำจะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน และสามารถตักไปประกอบอาหารได้เรื่อยๆ

มะรุม (Moringa)
หลายคนอาจคุ้นเคยกับมะรุมในฐานะผักพื้นบ้านที่นำมาทำแกงส้ม ซึ่งจริง ๆ แล้ว มะรุมคือหนึ่งใน Superfood ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่อัดแน่นอยู่ในทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในใบ ซึ่งมีวิตามินซีสูง วิตามินเอ แคลเซียม โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงกระดูกและสายตา ที่สำคัญยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่ามะรุมช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย
มะรุมเป็นพืชที่ปลูกง่ายมากในเมืองไทย ทนแล้ง ชอบแดดจัด ไม่ต้องดูแลเยอะ จะเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่งก็ได้ เพียงไม่นานก็เก็บเกี่ยวมาปรุงอาหารได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแกง ต้มจิ้มน้ำพริก หรือนำใบมาทำชา ก็ล้วนแต่ได้ประโยชน์เต็มๆ มะรุมจึงเป็น Superfood ที่ดีต่อสุขภาพ ดีต่อกระเป๋าสตางค์ และหาง่ายใกล้บ้านเรานี่เอง

กระเจี๊ยบเขียว (Okra)
ด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ในฝักเมือกลื่นๆ ที่ทำให้กระเจี๊ยบเขียวกลายเป็น Superfood ที่ดีต่อสุขภาพลำไส้และระบบเผาผลาญ สารเมือกในฝักเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ ช่วยดูดซับสารพิษ ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ลดอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ขณะเดียวกันสารเมือกนี้ก็ช่วยเคลือบกระเพาะอาหารลดอาการแสบกระเพาะ และป้องกันการอักเสบของกระเพาะและลำไส้ได้ด้วย นอกจากนี้กระเจี๊ยบเขียวก็ยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มีวิตามินซี วิตามินเค วิตามินเอ โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงสุขภาพโดยรวมอีก
ซึ่งกระเจี๊ยบเขียวก็หาได้ทั่วไปในเมืองไทย เหมาะปลูกในดินร่วนปนทราย ชอบแดดจัดทั่วไทย ทนร้อน ทนแล้ง แค่หยอดเมล็ดลงดิน ไม่นานก็ได้เก็บเกี่ยวฝักสดๆ แล้ว

ฟักข้าว (Gac)
ฟักข้าว ผลไม้พื้นบ้านสีแดงสดใสที่ซ่อนขุมทรัพย์สารต้านอนุมูลอิสระเอาไว้มหาศาล จนได้รับฉายาว่าเป็นผลไม้จากสวรรค์ กินได้ตั้งแต่ยอดอ่อน ราก ใบ ผลตั้งแต่อ่อนไปจนถึงแก่ ซึ่งฟักข้าวมีไลโคปีน (Lycopene) สูงกว่ามะเขือเทศถึง 12 เท่า ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มี เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) สูงกว่าแครอท 10 เท่า ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสายตา และคุณสมบัติอื่นๆ อย่างการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เป็นต้น
ซึ่งฟักข้าวเป็นพืชตระกูลแตง เป็นไม้เลื้อยที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และต้องการแสงแดดจัดตลอดวัน โดยที่ต้องมีค้างหรือซุ้มให้เลื้อยก็ให้ผลผลิตสวยงามน่าทึ่ง

ลูกหม่อน (Mulberry)
ลูกหม่อน หรือมัลเบอรี่ ผลไม้ลูกเล็กๆ สีม่วงเข้มที่ไม่ได้มีแค่รสชาติอร่อย เป็น Superfood ที่ดีต่อเลือดและระบบขับถ่าย อัดแน่นด้วยแอนโทไซยานินสูง ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไขมันในเลือด และยังมีใยอาหารสูง ช่วยแก้ท้องผูก ทำให้ขับถ่ายคล่องขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผมดกดำอีกด้วย
มัลเบอรี่เป็นพืชที่ปลูกง่ายมาก ทนทาน ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดีในประเทศไทย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี และต้องการแสงแดดจัด วิธีปลูกนิยมที่สุดและง่ายที่สุด คือการปักชำกิ่ง เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป ตัดยาวประมาณ 20-30 ซม. ปักลงในดินที่เตรียมไว้แล้วรดน้ำให้ชุ่ม มัลเบอรี่เป็นพืชที่โตเร็วมาก หากต้องการให้ต้นเตี้ยเก็บผลง่าย สามารถตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นการแตกยอดและติดผลได้ รดน้ำสม่ำเสมอในช่วงแรก หลังจากนั้นจะดูแลรักษาง่ายแล้ว
ที่มา:baanlaesuan.com































