ข้าวโพด เป็นธัญพืชยอดฮิตที่หาทานง่ายและเต็มไปด้วยไฟเบอร์ แต่สำหรับบางคน ข้าวโพดอาจไม่ใช่คำตอบของสุขภาพที่ดีเสมอไป เพราะแป้งและน้ำตาลในข้าวโพด รวมถึงสารบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้มากกว่าที่คุณคิด คนกลุ่มไหน ไม่ควรกิน ข้าวโพด หรือควรจำกัดปริมาณให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารมื้ออร่อยกลายเป็นตัวการทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
คน 5 กลุ่มนี้ ไม่ควรกิน ข้าวโพด

1.ผู้ป่วยโรคไต (ระยะกลางถึงระยะท้าย)
ข้าวโพดมีสาร ฟอสฟอรัส (Phosphorus) และ โพแทสเซียม (Potassium) ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เมื่อไตทำงานลดลงจะไม่สามารถขับแร่ธาตุเหล่านี้ออกได้ทัน ส่งผลให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง กระดูกเปราะ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ครับ
2.ผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลและเบาหวาน
ข้าวโพดมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) อยู่ในระดับปานกลางถึงสูง และมีคาร์โบไฮเดรตสูง หากรับประทานในปริมาณมากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรจำกัดปริมาณการทานต่อมื้อไม่ให้เกินครึ่งฝักครับ
3.ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารและท้องอืด
ข้าวโพดมีเส้นใยชนิดที่ละลายน้ำได้ยาก (Insoluble Fiber) และมีน้ำตาลกลุ่ม Cellulose ที่ร่างกายมนุษย์ย่อยได้ยาก หากเคี้ยวไม่ละเอียดหรือทานมากเกินไป จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด และปวดท้องได้ง่าย
4.ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักอย่างเคร่งครัด
หลายคนเข้าใจผิดว่าข้าวโพดคือผักที่กินเท่าไหร่ก็ได้ แต่จริงๆ แล้วข้าวโพด 1 ฝัก ให้พลังงานใกล้เคียงกับข้าวสวย 2 ทัพพี หากทานข้าวโพดเป็นของว่างควบคู่กับมื้อหลักตามปกติ อาจได้รับพลังงานเกินความจำเป็นจนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้
5.ผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS)
ข้าวโพดมีน้ำตาลกลุ่มที่ย่อยยาก ซึ่งอาจไปกระตุ้นอาการในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวน ทำให้เกิดอาการถ่ายท้องหรือปวดเกร็งหน้าท้องหลังจากรับประทานเข้าไป
ปิดท้ายนี้ ข้าวโพดมีประโยชน์ในแง่ของไฟเบอร์และวิตามิน แต่สำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขสุขภาพ การจำกัดปริมาณและการเลือกทานอย่างเหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่สุด
ที่มา:sanook.com































