หน้าแรก สมุนไพรไทย Health 10 พืชทำยา มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 12

10 พืชทำยา มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 12

1
0

กลับมาทวงบัลลังก์แห่งสุขภาพอีกครั้ง! สำหรับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 12 รวมสุดยอดสมุนไพรหายาก ต่อยอดจากป่าสู่เมือง ใครที่ชื่นชอบสมุนไพรไทยๆ เพื่อความงามและสุขภาพล่ะก็…ขอบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเที่ยวชมก่อนใคร พร้อมเจาะลึกสมุนไพรยา 10 ชนิด ที่เป็นดาวเด่นสำหรับงานปีนี้ หลังจากที่ปีที่แล้วได้เปิดตัว หญ้ารีแพร์ จนโด่งดังไปทั่วประเทศ ส่วนปีนี้จะมีสมุนไพรตัวไหนน่าสนใจบ้าง อย่ารอช้า เข้ามาชมกันเลย

1.เฒ่าล้มลุก ปลุกให้เป็นหนุ่ม

สรรพคุณ : เป็นยาบำรุงกำลังผู้ชายให้แข็งแรง ทำให้เจริญอาหาร แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดข้อ

2.หัวเข่าคลอน ลาก่อนเข่าเสื่อม


สรรพคุณ : แก้ข้อเข่าเสื่อม ต้านการอักเสบของข้อเข่า เป็นยาบำรุง กระดูกและเส้นเอ็นให้แข็งแรง

3.ว่านนางตัด ยอดสมุนไพรชะลอวัยของผู้หญิง


สรรพคุณ : ยาบำรุงสตรีมีครรภ์ ปรับสมดุลเลือดลมในร่างกาย ลดการเกิดฝ้า

4.ป่าเฮ่วหมอง ป่าช้าเหงา เพราะหมู่เฮาอายุยืน

สรรพคุณ : รักษาโรคเรื้อรัง แก้พิษ ต้านมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก 


5.ปุดหวาน เมื่อพรานตัวหอม

สรรพคุณ : ช่วยดับกระหาย ทำให้ชุ่มคอ ให้กลิ่นกายหอม บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร


6.ดีปลากั้ง อาหารเสริมเติมพลัง

สรรพคุณ : บำรุงร่างกาย บำรุงตับ บำรุงสายตา ช่วยรักษาเบาหวานและความดัน 


7.ข้อมือนาง กางกั้นพิษ พิชิตปวด

สรรพคุณ : แก้ปวด แก้อักเสบ ยาบำรุงเลือดสตรี



8.บุนนาค ยานอนหลับที่แสนปลอดภัย


สรรพคุณ : ช่วยให้นอนหลับ บำรุงกำลัง บรรเทาอาการหน้ามืดใจสั่น แก้อ่อนเพลีย



9.งิ้วดอกแดง ให้พลังดั่งพญาครุฑ


สรรพคุณ : บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ บำรุงเลือดและหัวใจ



10.มันโหเหี่ยว สู้มะเร็ง เก่งแก้บวมแก้หนอง


สรรพคุณ : ใช้รักษามะเร็งและอาการปวดบวมต่างๆ รักษาฝีแผลหนอง

นอกจากพืชทำยาทั้ง 10 ชนิดดังกล่าวแล้ว ยังมีการนำเสนอสมุนไพรที่โดดเด่นอื่นๆ อีกกว่า 100 ชนิด และมีการเปิดตัว น้ำผัวหลง-น้ำเมียหลง สมุนไพรเสริมสมรรถภาพร่างกาย ที่เป็นดาวเด่นของปีนี้ด้วย

ปีนี้นับเป็นอีกปีที่มีการรวบรวมสมุนไพรหายากมามากกว่าทุกปี ประเทศไทยนับว่าโชคดีที่เราอยู่ในภูมิประเทศร้อนชื้น ไม่ว่าประเทศยักษ์ใหญ่ด้านสมุนไพรอย่างอินเดียหรือจีนมีสมุนไพรอะไร ประเทศไทยก็มีหมด แต่ยังขาดการนำมาใช้เพื่อให้เกิดการต่อยอดไปยังระดับอุตสาหกรรม ซึ่งยังจะต้องช่วยกันสานต่อให้เข้มแข็งต่อไป

ที่มา:thairath

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่