กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชูศักยภาพ “ตำรับยาตรีผลา” ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566 มีข้อบ่งใช้บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ และดูแลระบบขับถ่าย ขณะที่งานวิจัยทางคลินิกระดับนานาชาติสนับสนุนศักยภาพด้านการควบคุมน้ำหนักและช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรเร่งรับประทานเพื่อหวังผลลดน้ำหนัก เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยปัจจุบันมีมูลค่าการใช้ในระบบสุขภาพกว่า 60 ล้านบาท สะท้อนถึงความนิยมและความเชื่อมั่นต่อสมุนไพรไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตำรับยาตรีผลาซึ่งประกอบด้วยผลไม้ 3 ชนิด ได้แก่ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม ถือเป็นภูมิปัญญาที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการปรับธาตุเพื่อรักษาความสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ถึง 5 รส (เปรี้ยว ฝาด ขม อมหวาน และเค็ม) อีกทั้งการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังพบว่า สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดนี้มีฤทธิ์ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยสำคัญปัจจุบัน “ตรีผลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566 โดยมีข้อบ่งใช้หลักในการบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ และดูแลระบบขับถ่าย ซึ่งขนาดยาที่แนะนำคือครั้งละ 300–600 มิลลิกรัมเมื่อมีอาการ

ดร.นพ.พงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลงานวิจัยทางคลินิกสนับสนุน มีดังนี้ การคุมน้ำหนักตัว งานวิจัยทบทวนวรรณกรรมและวิเคราะห์อภิมาน (Systematic Review and Meta-Analysis) โดย A. Salehi และคณะ รวบรวมข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกที่มีกลุ่มควบคุม 15 การศึกษา (รวมผู้เข้าร่วมวิจัย 800 คน) พบว่า การรับประทานตรีผลามีผลช่วยลดน้ำหนักตัวลงได้เฉลี่ยประมาณ 2.4 กิโลกรัม ในช่วงเวลาทดลอง 10 ถึง 90 วัน และส่งผลให้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง โดยมีความปลอดภัยสูง
ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง และไม่มีพิษต่อตับหรือไต การควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) งานวิจัยโดย N. Singh และคณะ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ (IGT) พบว่าการรับประทานตรีผลาต่อเนื่อง 12 เดือน ช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยช่วยต้านภาวะเครียดออกซิเดชันด้วยการเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Superoxide Dismutase, Catalase และเพิ่มระดับ Glutathione ชนิดรีดิวซ์ (p≤0.001) ป้องกันไขมันพอกตับ งานวิจัยในห้องปฏิบัติการ โดย Y. Jiang และคณะ ชี้ว่าตรีผลาช่วยป้องกันการพัฒนาของโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ผ่านสารกลุ่มโพลีฟีนอลและแทนนินสูง ซึ่งช่วยยับยั้งการสะสมและการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน (Adipogenesis) พร้อมทั้งเพิ่มความไวต่ออินซูลิน

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชนว่า เนื่องจากตรีผลามีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ การโหมเร่งเพิ่มขนาดยาเกินมาตรฐานเพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้อง ผื่นคันหรือมีความผิดปกติอื่นๆ ได้
ด้าน ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม ผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เปิดเผยว่า ตรีผลามีบทบาทสำคัญอย่างมากในตลาดสุขภาพของประเทศไทย โดยมีมูลค่าการใช้ในระบบสุขภาพภาครัฐราว 10 ล้านบาท และภาคเอกชนมากกว่า 50 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งทางกรมฯ มุ่งยกระดับองค์ความรู้ดั้งเดิมนี้สู่นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนใช้สมุนไพรได้อย่างปลอดภัยและมีข้อมูลรองรับในระยะยาวกรมการแพทย์แผนไทยฯ
จึงขอให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียนยาหรือเครื่องหมาย อย. และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และ หญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง
ที่มา:hfocus.org



































