หน้าแรก ยาสมุนไพรไทย ภูมิแพ้….ปราบชมพูทวีป สมุนไพรไทยพิชิตภูมิแพ้อากาศ

ภูมิแพ้….ปราบชมพูทวีป สมุนไพรไทยพิชิตภูมิแพ้อากาศ

1
0

“ตำรับยาปราบชมพูทวีป” เป็นตำรับยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีสรรพคุณ แก้อาการ ภูมิแพ้อากาศ และปรับระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง ผลจากการศึกษาคนไข้ตัวอย่างพบว่า สามารถลดอาการภูมิแพ้ได้มากกว่า 90% อีกทั้งมีความปลอดภัยสูง

ในปัจจุบันยาตำรับ “ปราบชมพูทวีป” ได้รับการยอมรับและถูกนำมาใช้ เพื่อรักษาโรคภูมิแพ้อากาศ และปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอย่างแพร่หลาย และได้รับการยืนยันจากคนไข้ว่าให้ผลในการรักษาได้ดี

ปราบชมพูทวีป มีสมุนไพรอะไรบ้าง?

  • เหงือกปลาหมอ (ทั้งต้น) พริกไทยดำ ใบกัญชาเทศ หนักสิ่งละ 120 กรัม
  • หัศคุณเทศ ดอกกานพลู หนักสิ่งละ 10 กรัม หัวบุกรอ เนื้อลูกสมอเทศ เนื้อลูกสมอไทย รากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิง หนักสิ่งละ 8 กรัม
  • เทียนแดง เทียนตาตั๊กแตน เทียนแกลบ หนักสิ่งละ 6 กรัม เทียนดำ โกศสอ โกฐเขมา ลูกพิลังกาสา ลำพันหางหมู หนักสิ่งละ 4 กรัม
  • ดอกดีปลี การบูร หนักสิ่งละ 2 กรัม ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน หนักสิ่งละ 1 กรัม

สำหรับอาการของภูมิแพ้อากาศ ที่รู้จักกันดี คือ อาการน้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ มีเสมหะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะแก้ปัญหาด้วยการกินยา แต่สังเกตไหมว่า พอกินยาไปนานๆ อาการจะเริ่มไม่หาย แม้จะเพิ่มปริมาณยาก็ตาม เนื่องจากยาที่ว่านั้น ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัว เลือดจึงมาเลี้ยงหลอดเลือดในโพรงจมูกได้น้อย ส่งผลให้น้ำมูก(ดูเหมือนจะ)ลดลงตามไปด้วย ที่จริงแล้วหากว่าปอดของเรามีอาการเจ็บป่วย หรือมีเสมหะตกค้าง กลไกขับพิษตามธรรมชาติของร่างกายจะพยายามขับเสมหะตกค้างเหล่านั้นออกมา ทำให้น้ำมูกไหล จาม

แต่เรากลับกินยาเพื่อสะสมเสมหะเหล่านั้นไว้ จนนานวันเข้า เสมหะกลายเป็นก้อนเหนียวหนืดเหมือนยางมะตอยเต็มปอด ร่างกายจนปัญญาที่จะขับออก จึงกลายเป็นว่ายิ่งกินยายิ่งอาการหนัก

ใครที่เป็นภูมิแพ้อากาศและต้องกินยาเคมีมานานจนอาการเริ่มดื้อยา ขอแนะนำลองหันมาใช้สมุนไพรไทยตำรับ ปราบชมพูทวีป ดู นอกจากจะช่วยแก้ไขอาการภูมิแพ้ ปรับภูมิคุ้มกันแล้ว ยังไม่เป็นภาระต่อร่างกายในการขับสารเคมีส่วนเกินจากการทานยาเคมีเกินจำเป็นอีกด้วย

ขนาดและวิธีใช้

  • รับประทานครั้งละ 750 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

ข้อห้ามใช้

  • ห้ามใช้เมื่อพบภาวะแทรกซ้อนจากการแพ้อากาศ เช่น ไซนัสอักเสบ การติดเชื้อ แบคทีเรียที่มีอาการเจ็บบริเวณไซนัส ไข้สูง น้ำมูกและเสมหะเขียว เป็นต้น
  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ เด็ก

ข้อควรระวัง

  • ควรระวังการใช้กับผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ โรคแผลเปื่อยเพปติก และโรคกรดไหลย้อน เนื่องจากเป็นตำรับยารสร้อน
  • ควรระวังการใช้ยาเกินขนาดในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ ไตหรือทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากอาจเกิดพิษจากการบูร
  • ควรระวังการใช้ยานี้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง

ที่มา:abhaiherb.net