ชื่อสมุนไพร : เถาเอ็นอ่อน
ชื่ออื่นๆ : เครือเถาเอ็น , เครือขาวเอ็น (เชียงใหม่) , เขาควาย (นครราชสีมา) , เสน่งกู(บุรีรัมย์) , หญ้าลิเลน (ปัตตานี , หมอตีนเป็ด (สุราษฏร์ธานี) , เครือเอ็นอ่อน (ภาคอีสาน) , กวน (แม่ฮ่องสอน-ฉาน) , เมื่อย (ภาคกลาง) , กู่โกวเถิง (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cryptolepis buchanani Roem. & Schult.
วงศ์ : Asclepiadaceae

ถิ่นกำเนิดเถาเอ็นอ่อน
เถาเอ็นอ่อนเป็นพืชท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มักพบขึ้นตามป่าราบหรือตามที่รกร้างทั่วทุกภาค แต่มักพบมากทางจังหวัดสระบุรี
ประโยชน์และสรรพคุณเถาเอ็นอ่อน
- ใช้เป็นยาฟอกเลือด
- ช่วยทำให้จิตใจชุ่มชื่น
- เป็นยาขับลมในลำไส้และในกระเพาะอาหาร ทำให้ผายและเรอ
- ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง
- เป็นยาบำรุงเส้นเอ็น
- แก้อาการปวดเมื่อย
- แก้ปวดเสียวเส้นเอ็น
- ช่วยคลายเส้นเอ็น ทำให้เส้นเอ็นที่ตึงยืดหย่อน
- บำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นพิการ เส้นแข็ง
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหลัง แก้ขัดยอก
- ช่วยลดกรดไขมัน ลดกรดยูริค
- ลดเบาหวาน
- ลดความเครียด
- ลดอาการภูมิแพ้
- ช่วยซับสารพิษต่างๆที่เกิดจากอาหาร และมลภาวะเป็นพิษ
- ช่วยทำให้ความอบอุ่นทั่วร่างกาย
- ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสมบูรณ์ขึ้น
- ช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง
- รักษาโรคตับ
- รักษาโรคหัวใจ
- รักษาโรคภูมิแพ้
- รักษาโรคริดสีดวง
- รักษาโรคผอมแห้งแรงน้อย
- ช่วยบำรุงรากผม ป้องกันรังแค

รูปแบบและขนาดวิธีใช้เถาเอ็นอ่อน
1.เถาใช้แก้อาการฟกช้ำดำเขียว โดยใช้เถาที่บดเป็นผง 0.35 กรัม ผสมกับเหล้ารับประทาน หรือใช้ยาแห้งประมาณ 5-6 กรัม นำมาดองกับเหล้ารับประทานครั้งละ 5 ซีซี วันละ 3 ครั้ง (ตำรับนี้ใช้แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย)
2.ใบ ใช้โขลกให้ละเอียด ห่อผ้าทำลูกประคบ ประคบตามเส้นเอ็นที่ปวดเสียวและตึงเมื่อยขบ ทำให้เส้นยืดหย่อนดี
3.ต้มรับประทานเป็นยาแก้เมื่อย ทำให้เส้นเอ็นหย่อน จิตใจชุ่มชื่น เป็นยาบำรุงเส้นเอ็นในร่างกายให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นพิการ

ลักษณะทั่วไปเถาเอ็นอ่อน
- ต้นเถาเอ็นอ่อน จัดเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น เป็นไม้เลื้อยจำพวกเถาเนื้อแข็ง เถาลำต้นกลม เปลือกเถาเรียบหนาเป็นสีน้ำตาลอมสีดำหรือเป็นสีแดงเข้มและมีลายประตลอดเถา ยาวประมาณ 4-5 เมตร ก้านเล็ก มีสีเทาอมเขียวและไม่มีขนปกคลุม เมื่อเถาแก่เปลือกจะหลุดลอกออกเป็นแผ่น ๆ มียางสีขาวข้นทั้งต้น
- ใบเถาเอ็นอ่อน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบมนมีหางสั้น โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-8 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างหนา หลังใบเรียบเป็นมันและลื่น ท้องใบเรียบเป็นสีเขียวนวล ใบอ่อนมีขนปกคลุม ส่วนใบแก่ไม่มีขน เส้นใบตามขวางจะเป็นเส้นตรงไม่โค้ง ใบหนึ่งจะมีประมาณ 30 คู่ ส่วนก้านใบสั้น ยาวได้ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร
- ดอกเถาเอ็นอ่อน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีเป็นสีขาวอมเหลือง ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียวมี 5 กลีบ
- ผลเถาเอ็นอ่อน ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปทรงกระสวย กลมยาว ยาวประมาณ 6.5-10 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางฝักประมาณ 1-2 เซนติเมตร ฝักมีเนื้อแข็ง โคนผลติดกัน ปลายผลแหลม ผิวผลเป็นมันลื่น พอแก่แล้วจะแตกอ้าออก ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลมีขนปุยสีขาวติดอยู่และปลิวไปตามลมได้ ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรีหรือรูปกลมยาวแบน มีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
ลักษณะภายนอกของเครื่องยา ไม้เถา เนื้อแข็ง เถากลม เปลือกเถาเรียบ เปลือกมีผิวบางๆสีแดงเข้มหุ้มอยู่ เถาแก่เปลือกหนาสีดำ เมื่อเถาแก่เปลือกจะหลุดลอกออกเป็นแผ่น มียางสีขาวข้นทั้งต้น รสขมเบื่อมัน

การขยายพันธุ์เถาเอ็นอ่อน
เถาเอ็นอ่อน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและการใช้เถาปักชำ โดยการขุดดินให้มีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 30 x 30 ซม. น้ำดินที่ขุดขึ้นมาผสมปุ๋ยคอกคลุกเคล้าให้ว่ากันแล้วนำเถาที่ปักชำไว้ลงปลูกในหลุมที่ขุดไว้แล้วนำดินที่เตรียมไว้กลบลงไปแล้วรดน้ำ ระยะปลูกประมาณ 80 x 100 ซม. ควรทำค้างไม้ให้เลื้อยพันและหมั้นตัดแต่งทรงพุ่มอยู่เสมอ เถาเอ็นอ่อนชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีแสงแดดตลอดวัน
ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
เนื่องจากเถาเอ็นอ่อนเป็นสมุนไพรที่มีสารซึ่งมีฤทธิ์ต่อการกระตุ้นของหัวใจ ดังนั้นในการรับประทานจึงไม่ควรรับประทานมากเกินกว่าปริมาณที่กำหนดให้ใช้ และไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานจนเกินไป
ที่มา:disthai.com


































