3 สมุนไพรไทย บำรุงสายตา แก้ตาล้า ตาแห้ง
1.อัญชัน – ดาวเรือง
2.ตรีผลา
3.ลูกหม่อน

อัญชัน – ดาวเรือง
เป็นตำรับที่แพทย์แผนไทย ในส่วนร้านยาโพธิ์เงิน โอสถ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ่ายเพื่อบำรุงสายตา ให้กับผู้ที่มีปัญหาจอตาเสื่อม ตาล้า ตาแห้ง แสบตาง่าย ตาสู้แสงไม่ได้ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ใช้ราว 70% หลังใช้มีอาการดีขึ้น
มีงานวิจัยเบื้องต้นในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่า สารแอนโทไซยานิน สามารถผ่านเยื่อกั้นระหว่างหลอดเลือดที่ดวงตาไปยังจอตา มีผลช่วยสร้างสารสีม่วงแดงของเซลล์รับแสงที่จอตา (rhodopsin) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการนำกระแสประสาทไปแปลภาพที่สมอง ควบคุมการทำงานของเยื่อบุตาและกระจกตา และช่วยในการมองเห็นในที่มืด นอกจากนี้สารแอนโทไซยานิน ยังช่วยคลายกล้ามเนื้อยึดเลนส์ตา ที่อาจทำงานมากเกินไปจากการเพ่งสายตานานๆ ซึ่งอาจช่วยชะลอไม่ให้สายตาสั้นแย่ลง
ดาวเรือง มีสารสำคัญคือ ลูทีน และ ซีแซนทีน เป็นสารสีที่จุดโฟกัสของจอประสาทตา ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กรองแสงสีฟ้า ชะลอความเสื่อมของจอตา ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างสารประกอบทั้งสองนี้ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร งานวิจัยในเด็กนักเรียนที่ใช้งานกับหน้าจออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของลูทีน : ซีแซนทีน พบว่ามีส่วนช่วยในการลดอาการตาล้า ปวดศีรษะ ที่เกิดจากการใช้งานหน้าจอ และช่วยให้ประสิทธิภาพการมองเห็นดีขึ้น
วิธีใช้ : ต้มน้ำกิน โดยใช้อัญชัน ครั้งละ 5-10 ดอก ดาวเรือง ครั้งละ 1 ดอก ชงเป็นชา หรือ รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง

ตรีผลา
ตรีผลามาจากคําว่า “ตรี” ซึ่งแปลว่า สาม และคําว่า “ผลา” แปลว่า ผลไม้ ตรีผลาจึงเป็น ตํารับยาที่ประกอบด้วยผลไม้ 3 ชนิด คือ มะขามป้อม สมอไทย และ สมอพิเภก มีสรรพคุณช่วยปรับความสมดุล ของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย และเป็นตำรับยาบำรุงสายตาของอายุรเวท *eye tonic in Ayurveda ทำให้ดวงตาผ่อนคลาย สดใส ชะลอความเสื่อมของดวงตา
ความเครียดและการใช้สายตาหนักๆของคนในยุคปัจจุบัน ทำให้ดวงตามีความร้อน จนเกิดอาการตาแห้ง ตาล้า…ตามมา ทางการแพทย์แผนไทย ถือว่าตรีผลาเป็นยาปรับธาตุประจําฤดูร้อน ช่วยลดธาตุไฟในร่างกาย และช่วยช่วยปรับสารน้ำในลูกตา
วิธีใช้ : ใช้สัดส่วนสมอพิเภก : สมอไทย : มะขามป้อม ในสัดส่วน 3 : 2 : 1 หรือประมาณ สมอพิเภก 45 กรัม สมอไทย 30 กรัมมะขามป้อม 15 กรัม ล้างให้สะอาด แช่น้ำ 3 ลิตร ประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปต้มจนยาเดือด ประมาณ 30 นาที ดื่มครั้ง 1 – 2 แก้ว วันละ 2 เวลา เช้า – ก่อนนอน ยาที่เหลือเก็บแช่ในตู้เย็นไว้อุ่นดื่มใหม่ หรือครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

ลูกหม่อน
มีสารแอนโธไซยานินที่สำคัญ คือ cyanidin-3-O-glucoside (C3G) ในปริมาณที่สูงมาก (1,634 ± 3 mg/100 g dry weight) มีงานวิจัยในหนูพบว่าสาร C3G ช่วยทำให้การทำงานของจอรับภาพในหนูที่จอประสาทตาเสื่อมดีขึ่น และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมาก จึงช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา กินเป็นประจำช่วยทำให้อาการตาล้า ตาแห้งดีขึ้นอย่างชัดเจน
วิธีใช้ : กินเป็นผลไม้สด หรือต้มน้ำกิน ตัวใบหม่อนเองก็สามารถต้มรวมกันได้กับผลหม่อน โดยใช้ 4-5 ใบ ช่วยขับพิษร้อนจากดวงตา ทำให้ตาสว่าง ดื่มก่อนอาหาร วันละ 2-3 ครั้ง
ที่มา:facebook.com/abhaiherb




































