หน้าแรก สมุนไพรไทย ขลู่ ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ

ขลู่ ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ

1
0

ใบขลู่

ชื่อสมุนไพร : ขลู่
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น : ขลู่ (ทั่วไป), พื้นฟาน (ภาคอีสาน), ขลู, คลู (ภาคใต้), ขี้ป่าน (แม่ฮ่องสอน), หนาดงัว, หนาดวัว, หนวดงิ้ว, หนวดงั่ว (อุดรธานี), หลานซี (จีนกลาง), หล่วงไข่ (จีนแต้จิ๋ว)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pluchea indica (L.) Less.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ : Pluchea foliolosa DC., corymbosa Roxb., Conyza indica Mig.,Baccharis indica Linn.
ชื่อสามัญ : Indian marsh fleabane
วงศ์ : COMPOSITAE

ถิ่นกำเนิดขลู่

ขลู่เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ตามเขตร้อนของทวีปเอเชีย โดยมักพบได้ตามป่าชายเลนของประเทศไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม, อินเดีย, จีน, ปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย สำหรับในประเทศพบขลู่ ได้มากตามป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรสงคราม, เพชรบุรี, จันทบุรี, ระยอง และยังมีการนำไปปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ในจังหวัดนครราชสีมา และอุดรธานี อีกด้วย

ประโยชน์และสรรพคุณขลู่

  • เป็นยาขับปัสสาวะ
  • แก้เบาหวาน
  • ช่วยขับนิ่ว
  • แก้กษัย
  • ยาอายุวัฒนะ
  • สมานแผลภายนอก และภายใน
  • แก้ไข้
  • ช่วยขับเหงื่อ
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • แก้ผื่นคัน
  • บำรุงประสาท
  • เป็นยาบีบมดลูก
  • บรรเทาอาการปวดข้อในโรคไขข้ออักเสบ
  • รักษาประดง เลือดลม
  • ทาหลังบริเวณเหนือไต
  • บรรเทาอาการปวดเอว
  • รักษาหิด ขี้เรื้อน
  • แก้โพรงจมูกอับเสบ (ไซนัส)
  • ใช้ต้มกินรักษาอาการขัดเบา
  • แก้นิ่วในไต
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • รักษาวัณโรคที่ต่อมน้ำเหลือง
  • แก้ริดสีดวงจมูก
  • แก้ริดสีดวงทวาร
  • บำรุงผิวพรรณช่วยทำให้ผิวนุ่ม
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยขับลม
  • แก้โรคเลือด
  • แก้มุตกิดระดูขาวในสตรี

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

  • ใช้เป็นยาแก้อาการขัดเบา ใช้ทั้งต้นขลู่ 1 กำมือ (สดหนัก 40- 50 กรัม แห้งหนัก 15- 20 กรัม) หั่นเป็นชิ้นๆ ต้มกับน้ำดื่ม ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือ นำ
  • ใบขลู่แห้ง 5 กรัม ชงในน้ำเดือด 100 มิลลิลิตร ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำ ใช้ดื่มเพื่อช่วยขับปัสสาวะ
  • เป็นยาริดสีดวงทวาร ริดสีดวงจมูก ใช้เปลือกต้น ต้มน้ำ เอาไอรมทวารหนัก และรับประทาน แก้โรคริดสีดวงทวาร หรือ ใช้เปลือกต้น (ขูดเอาขนออก) แบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนที่ 1 นำมาตากแห้งทำเป็นยาสูบ

ส่วนที่ 2 นำมาต้มน้ำรับประทาน

ส่วนที่ 3 ต้มน้ำเอาไปรมทวารหนัก

  • เปลือกบางของต้นขูดขนออกให้สะอาด ทำเป็นเส้นตากแห้ง คล้ายเส้นยาสูบ แก้ริดสีดวงจมูก
  • ใบแก่ขลู่ ที่ทำให้แห้งใช้ชงดื่มแทนน้ำเป็นชา มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต รักษาโรคเบาหวาน ขับลม, แก้โรคเลือด, แก้มุตกิดระดูขาวในสตรี. แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ใบและต้นอ่อนนำมาต้มกับน้ำอาบจะช่วยรักษาหิด และขี้เรื้อน รักษาประคบ ช่วยแก้ผื่นคัน
  • อีกตำราหนึ่งระบุขนาดการใช้ตามสรรพคุณต่างๆ ของขลู่ว่า ยาแห้งให้ใช้ประมาณ 15-20 กรัม หากเป็นต้นสดให้ใช้ประมาณ 30-40 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือ จะใช้ร่วมกับตัวยาหรือ สมุนไพรอื่นๆ ในตำรับยาต่างๆ

ลักษณะทั่วไปของขลู่

ขลู่ จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ขึ้นเป็นกอ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นกลมสีน้ำตาลแดง หรือ เขียว ลำต้นและกิ่งก้านมีขนละเอียดปกคลุม

ใบเดี่ยว ออกแบบสลับ รูปไข่กลับ กว้าง 1-5 เซนติเมตร ยาว 2.5-10 เซนติเมตร ปลายใบมน ปลายใบมีขนาดใหญ่กว่าโคนใบ โคนใบสอบ ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย โดยรอบมีขนขาวๆปกคลุม ก้านใบสั้นมาก เนื้อใบบาง แผ่นใบเรียบเป็นมัน ใบค่อนข้างแข็งและเปราะ ใบมีกลิ่นหอมฉุน

ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด หรือ ตามซอกใบ รูปกลม หลายๆ ช่อมารวมกัน ดอกเป็นฝอยสีขาวนวล หรือ สีขาวอมม่วง กลีบดอกแบ่งออกเป็นวงนอกกับวงใน กลีบดอกวงนอกสั้นกว่าวงใน กลีบดอกวงในเป็นรูปท่อ ดอกวงนอกกลีบดอกยาวประมาณ 3-3.5 มิลลิเมตร ดอกวงในกลีบดอกจะเป็นรูปท่อมีความยาวประมาณ 4-6 มิลลิเมตร ปลายจักเป็นซี่ฟัน ประมาณ 5-6 ซี่ ภายในมีทั้งดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียสีขาวอมม่วงขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก ปลายกลีบดอกหยักเป็นซี่ฟัน 5-6 หยัก อับเรณูตรงโคนเป็นรูปหัวลูกศรสั้นๆ เกสรตัวเมียแยกเป็น 2 แฉกสั้นๆ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ไม่มีก้านดอกย่อย ริ้วประดับมีลักษณะแข็ง สีเขียว และเรียงกันประมาณ 6-7 วง วงนอกเป็นรูปไข่ วงในคล้ายรูปหอกแคบ ปลายแหลม

ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก รูปทรงกระบอก ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 0.7 มิลลิเมตร ผลเป็นสัน มีขนาดเล็กมาก มีเหลี่ยม 10 สัน มีรยางค์ไม่มาก สีขาว ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร เมล็ดมีลักษณะเป็นฝอยเล็กๆ เมื่อแก่จะปลิวไปตามลม ซึ่งเป็นการขยายพันทางธรรมชาติ

การขยายพันธุ์ขลู่

ขลู่เป็นพืชที่ชอบดินเค็มที่มีน้ำขังดังนั้นจึงสามารถเจริญเติบโตได้ ตามที่ที่มีน้ำขังแฉะ หนองน้ำ ที่ลุ่มป่าชายเลน ดินมีความชุ่มชื้น น้ำขังแฉะ และยังสามารถปลูกได้ทุกฤดู โดยเป็นพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี

ขลู่ สามารถขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ การปลูกโดยใช้เมล็ด และปักชำลำต้น สำหรับการปลูกด้วยเมล็ดให้ปลูกลงในแปลงดินที่เตรียมไว้ โดยนำเมล็ดใส่ลงในลงหลุมปลูก พร้อมกลบดินให้แน่นพอประมาณ ให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2×2 ม. ส่วนวิธีการปักชำ สามารถทำได้ด้วยการตัดลำต้นชำลงดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งสามารถปลูกขึ้นได้ง่าย และไม่ต้องการการดูแลรักษาแต่อย่างใด

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  • การบริโภคใบขลู่สด หรือ ดื่มชาขลู่ในปริมาณที่สูงอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอาจมีผลเสียต่อสุขภาพของร่างกายได้เช่นกัน หลักการดื่มชาขลู่เพื่อเสริมสร้างสุขภาพก็คล้ายกับการดื่มชาจีน ชาเขียว และชาสมุนไพรชนิดอื่นๆ คือ ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะสมควรต่อวัน (1-2 แก้วต่อวัน) ดื่มระหว่างมื้ออาหาร และไม่ดื่มชาที่เหลือค้างคืน
  • สำหรับปริมาณการซื้อชาขลู่ ในแต่ละครั้งควรซื้อในปริมาณที่สามารถบริโภคหมดภายในสี่เดือนเพราะสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเสื่อมสลายได้ตามระยะเวลาการเก็บ สังเกตได้จากสีของชาขลู่จะเปลี่ยนเป็นสีออกเหลือง
  • การเตรียมชาขลู่ จากใบชาขลู่สด หรือ แห้งควรเป็นการต้มในน้ำใกล้เดือดและต้มนานอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สามารถสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพให้ได้มากเพียงพอ
  • ควรเก็บชาขลู่ในภาชนะทึบแสงและปิดสนิท เพื่อกันการสลายตัวของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเนื่องจากแสงและกันการได้รับความชื้นซึ่งอาจทำให้มีการเจริญของเชื้อรา
  • ใบของต้นขลู่ที่ขึ้นตามธรรมชาติในป่าชายเลนอาจมีปริมาณโซเดียมสูงมากเนื่องมาจากต้นขลู่ ได้รับเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ที่มาจากความเค็มของดินดังนั้นผู้ที่ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจไม่ควรรับประทานใบขลู่ในปริมาณมาก

ที่มา:disthai.com