หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร คราม ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ

คราม ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ

1
0

คราม

ชื่อสมุนไพร : คราม
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น : ครามย้อม (ภาคกลาง), ครามย้อย (ภาคเหนือ), คาม (ภาคอีสาน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Indigofera tinctoria Linn.
ชื่อสามัญ : Indigo
วงศ์ : LEGUMINOSAE

ถิ่นกำเนิดคราม

ครามจัดเป็นพืชในสกุล Indigofera ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทวีปแอฟริกาบริเวณภูมิภาค แอฟริกาตะวันออก แล้วจึงมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังบริเวณเขตร้อนต่างๆ ทั่วโลกในเวลาต่อมา สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้มากตามภาคเหนือ และภาคอีสานส่วนภาคกลางพบได้ประปราย โดยมักจะพบตามป่าโปร่ง รวมถึงบริเวณตามไร่ตามสวนทั่วไป

ประโยชน์และสรรพคุณคราม

  • ช่วยดับพิษ
  • แก้ไข้ตัวร้อน
  • แก้ไข้หวัด
  • แก้ปวดศีรษะ
  • ช่วยสมานแผล
  • แก้ไข้
  • แก้ปวดศีรษะ
  • แก้กษัย
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ช่วยฟอกปัสสาวะ
  • แก้ปัสสาวะขุ่นข้น
  • แก้นิ่ว
  • ช่วยลดอาการบวม
  • แก้พิษฝี
  • แก้โลหิต
  • แก้หอบหืด
  • แก้อักเสบ
  • ช่วยลดอาการบวมน้ำ
  • แก้พิษงู
  • ช่วยฆ่าพยาธิ
  • แก้หิด

คราม ถูกนำมาใช้ประโยชน์หลักๆ คือ การนำมาย้อมสีผ้ามาตั้งแต่ในอดีตแล้ว เนื่องจากในลำต้นและใบมีสารอินดิแคน (indican) เมื่อผ่านกระบวนการหมักด้วยการแช่น้ำ จะเปลี่ยนเป็นสารอินดอกซิล (indoxyl) และเมื่อได้สัมผัสกับอากาศก็จะเปลี่ยนเป็นสารอินดิโกบลู (indigo blue) ซึ่งให้สีโทนน้ำเงิน ซึ่งภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย จะนำครามมาทำสีย้อมผ้า โดยใช้ใบและต้นสดมาหมักในน้ำ 1-2 น้ำ แล้วสีน้ำเงินจะตกอยู่ก้นภาชนะ จากนั้นจึงเทใส่ถุงผ้าหนาๆ ทับให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำผงสีที่ได้ไปทำให้แห้ง จะได้ผงสีน้ำเงินสามารถนำใช้เป็นสีย้อมผ้า สีวาดรูปและสีน้ำหมึกเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำน้ำที่คั้นได้จากใบของต้นครามมาใช้บำรุงเส้นผม และช่วยป้องกันผมหงอก ช่วยปิดผมขาวได้อีกด้วย

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

  • ใช้ขับปัสสาวะ ฟอกปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้กษัย แก้หอบหืด แก้ปัสสาวะขุ่นข้น ลดอาการบวมน้ำ โดยการนำครามทั้งต้นต้มกับน้ำดื่ม
  • ใช้ลดไข้ แก้ปวดศีรษะ โดยนำต้นครามสดๆ นำมาทุบแล้วใช้พอกกระหม่อม
  • ใช้แก้แผลอักเสบ สมานแผล แก้พิษ ทั้งพิษงู และพิษจากสัตว์มีพิษ โดยนำทั้งต้นครามมาบด แล้วพอกบริเวณที่เป็น จะทำให้แผลหายเร็ว ไม่มีหนอง
  • ใช้แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ แก้หวัด โดยนำใบครามาตำพอกบริเวณศีรษะและใช้ต้มกับน้ำดื่มอีกทางด้วย
  • ใช้แก้หอบหืด แก้อักเสบบวม ฆ่าพยาธิ โดยนำเปลือกต้นครามมาต้มกับน้ำดื่ม
  • ใช้แก้หิด โดยนำน้ำมันจากเมล็ดครมมาทาบริเวณที่เป็น

ลักษณะทั่วไปของคราม

คราม จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีการแตกกิ่งก้านมาก มีความสูงของต้นประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีลักษณะกลมสีเขียว หรือ บางที่อาจมักพาดเกาะกับสิ่งที่อยู่ใกล้ลำต้น

ใบคราม เป็นใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับบนก้านช่อใบ ซึ่งลักษณะของใบย่อยคล้ายกับใบก้างปลาแต่ขนาดเล็กกว่า คือ เป็นรูปวงรีแกมรูปขอบขนาน หรือ เป็นรูปไข่กลับ มีขนาดกว้างประมาณ 0.8-1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.5-3.5 เซนติเมตร โคนสอบปลายใบมนขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวและบาง

ดอกคราม ออกเป็นช่อบริเวณซอกใบ โดยช่อดอกจะยาว 10-15 เซนติเมตร และใน 1 ช่อดอกจะมีดอกย่อยจำนวนมาก ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปดอกถั่วยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร กลีบดอกเป็นสีม่วง หรือ สีชมพู

ผลคราม ออกเป็นฝัก โดยจะออกเป็นกระจุก ซึ่งฝักจะมีลักษณะตรงคล้ายกับฝักถั่ว แต่จะมีขนาดเล็กกว่าโดยมีความยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร ฝักมีสีเขียวอมน้ำตาล เมื่อแก่ฝักจะแตกออกภายในฝักมีเมล็ดทรงกระบอกสีครีมอมสีเหลือง หรือ สีน้ำตาลอ่อนขนาดเล็ก 7-12 เมล็ด

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

สำหรับการใช้ครามเป็นสมุนไพร ในการบำบัดรักษาโรคนั้นควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในขนาดและปริมาณที่เหมาะสมที่ได้ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในขนาดและปริมาณที่มากจนเกินไป หรือ ใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้

ที่มา:disthai.com