หน้าแรก ยาสมุนไพรไทย แก้ปวดท้องประจำเดือนกับแพทย์แผนไทย

แก้ปวดท้องประจำเดือนกับแพทย์แผนไทย

1
0

ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของเพศหญิง โดยมีรอบเฉลี่ยของคนปกติคือ 28 วัน ในช่วงวัยรุ่นมักพบอาการปวดประจำเดือน ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยโดยประมาณ 25-90% และมักมีอาการมากในช่วง 2 วันแรกของการมีประจำเดือน สาเหตุการปวดประจำเดือนที่พบได้บ่อยคือ เยื่อบุโพรงมดลูกสร้างสารโพรสตาแกลนดินมากเกินไป ซึ่งสารนี้ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัว เกิดอาการปวดบีบที่ท้องน้อย นอกจากนี้อาจเกิดอาการผิดปกติที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆได้ เช่น ปวดขา ปวดหลัง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของเพศหญิง โดยมีรอบเฉลี่ยของคนปกติคือ 28 วัน ในช่วงวัยรุ่นมักพบอาการปวดประจำเดือน ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยโดยประมาณ 25-90% และมักมีอาการมากในช่วง 2 วันแรกของการมีประจำเดือน สาเหตุการปวดประจำเดือนที่พบได้บ่อยคือ เยื่อบุโพรงมดลูกสร้างสารโพรสตาแกลนดินมากเกินไป ซึ่งสารนี้ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัว เกิดอาการปวดบีบที่ท้องน้อย นอกจากนี้อาจเกิดอาการผิดปกติที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆได้ เช่น ปวดขา ปวดหลัง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

ตามคัมภีร์มหาโชตรัตน์ ของแพทย์แผนไทยเรียกอาการผิดปกติเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นได้ในทุกเดือนของการมีประจำเดือนว่า “โลหิตปกติโทษ” หากหมดระดูอาการจะหายไป อาจเกิดมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการถูกกระทบของธาตุ แต่ละคนจะมีอาการแสดงไม่เหมือนกัน เช่น ปวดท้อง/ปวดหลัง/ปวดขา (ธาตุลมอโธคมาวาตา) สะบัดร้อนสะบัดหนาว(ธาตุไฟสันตัปปัคคี), กังวล/หงุดหงิด (ธาตุลมหทัยวาตะ) ปวดศีรษะ(ธาตุลมอุทธังคมาวาตา) สาเหตุของอาการเหล่านี้มักเกิดจากธาตุไฟในร่างกายถูกกระตุ้นมากเกินไป ทำให้ธาตุลมในร่างกายไม่สมดุล สาเหตุตามคัมภีร์ที่กล่าวไว้ มีดังนี้

  • รับประทานอาหารเผ็ดร้อน หรือเผ็ดจัดบ่อย
  • ถูกทำร้ายหรือเกิดอุบัติเหตุกระทบกระแทก
  • เล่นกีฬามากเกินไป
  • ความเครียด หรือหมกมุ่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป
  • หมกมุ่นในกามอารมณ์

แนวทางการรักษาโดยแพทย์แผนไทย

การกดนวดและประคบร้อน บริเวณบั้นเอว/ช่วงขา สามารถกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้เดินสะดวกมากขึ้น

รักษาด้วยยาสมุนไพร(4) เช่น

ยาขิง

  • มีสรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม แน่นจุกเสียด บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน เจริญไฟธาตุ 2-3 แคปซูล ขณะมีประจำเดือน

ข้อควรระวัง

  • ควรระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulants) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
  • ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์

ยาเลือดงาม

  • มีสรรพคุณ บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ฟอกเลือด ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ รับประทาน 2-4 แคปซูล

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้

ยาประสะไพล

  • มีสรรพคุณ บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน(5) รักษาระดูที่มาน้อยกว่าปกติ หรือ ช่วยให้ระดูให้มาปกติ รับประทาน 2-4 แคปซูล ก่อนมีประจำเดือน 7 วัน หรือขณะมีประจำเดือน 2-3 วันแรก

ข้อควรระวัง

  • กรณีระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน

ยาหอมเทพจิตร

  • มีสรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ(หทัยวาตะ) หมายถึง บำรุงดวงจิตให้แช่มชื่น รับประทาน 3-4 เม็ด หากมีอาการ

ข้อห้าม

  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้เกสรดอกไม้

***หมายเหตุ หากสนใจยาสมุนไพรหรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์แผนไทย เพื่อการใช้ยาที่มีประสิทธิผล และปลอดภัย และหากมีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงหรือเรื้อรัง แนะนำให้พบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม และรักษาให้ถูกวิธี ***

ที่มา:mahidol.ac.th