ใบหนาด หรือ หนาดใหญ่
ชื่อสมุนไพร : หนาดใหญ่
ชื่ออื่นๆ : หนาด, หนาดหลวง, คำพอง (เหนือ), พิมสม (กลาง), ใบหรม (ใต้), ไต่ฮวงไหง่, ไหง่หนับเฮี่ยง (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Blumea balsamifera (L.) DC.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ : Blumea grandis DC., Baccharis salvia Lour.
ชื่อสามัญ : Ngai Campor Tree, Camphor Tree
วงศ์ : ASTERACEAE (COMPOSITAE)

ถิ่นกำเนิดหนาดใหญ่
หนาดใหญ่ เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือ ตามหุบเขาทั่วไป พบหนาดใหญ่ ได้ทุกภาคในประเทศไทย และพบได้ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีน นับว่าเป็นพืชพื้นถิ่นของไทยได้เลยที่เดียว
ประโยชน์และสรรพคุณหนาดใหญ่
- แก้วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย
- แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
- เป็นยาห้ามเลือด
- เป็นยาเจริญอาหาร
- แก้โรคไขข้ออักเสบ
- เป็นยาบำรุงหลังคลอด
- แก้ไข้
- ช่วยลดความดันโลหิต
- เป็นยาขับพยาธิ
- เป็นยาระงับประสาท
- ช่วยขับลม
- แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
- แก้ปวดท้อง
- ช่วยขับเหงื่อ
- ช่วยขับเสมหะ
- แก้มุตกิด (ขับระดูขาว)
- แก้ปวดท้อง
- แก้ท้องร่วง
- แก้แผลอักเสบ
- แก้กลากเกลื้อน และแผลฟกช้ำ
- แก้ริดสีดวงจมูก
- ขับลมในลำไส้
- รักษาแผลฝีหนอง บาดแผลสด
- แก้ปวดหลังเอว ปวดข้อ
- แก้กลากเกลื้อน
- ใช้ผสมในน้ำอาบสมุนไพรหลังคลอด
- บำรุงผิวหนังให้ชุ่มชื้น
- ช่วยขยายเส้นเลือด
- แก้ประจำเดือนออกมากผิดปกติ
- ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
- แก้คัน
- แก้ลมพิษ
- รักษาโรคไข้มาลาเรีย
- แก้เริม
- แก้อาการเลือดกำเดาไหล
- บำรุงกำลัง

รูปแบบและขนาดวิธีใช้
- ในมาเลเซีย ใช้ใบอ่อนและรากหนาดใหญ่ ต้มกินเป็นอาหารบางครั้งใส่ยี่หร่าลงไปด้วย รากเก็บจากต้นอ่อนยังไม่ออกดอก กล่าวว่า มีฤทธิ์ขับพยาธิในลำไส้ ใช้ใบอ่อน กินร่วมกับใบพลู แก้อาการเจ็บบริเวณหัวใจ ซึ่งอาจเนื่องจากระบบย่อยอาหารไม่ดีก็ได้
- ในอินโดจีน ใช้ใบหนาดใหญ่ ร่วมกับต้นตะไคร้ ต้มให้เดือด ใช้อบตัวช่วยขับเหงื่อ
- ในซาราวัค ใช้ใบต้มร่วมกับเทียนดำ (Nigella sativa L.) หัวหอมเล็ก หรือ บดกับเกลือ กินแก้ไข้
- ในชวา ใช้น้ำคั้น หรือ น้ำต้มจากใบหนาดใหญ่ หรือ จากราก กินแก้ประจำเดือนออกมากผิดปกติ
- ในกัมพูชา ใช้ใบพอกแก้หิด ใช้ใบหรือยอดอ่อน ตำพอกแผลห้ามเลือด หรือ ตำร่วมกับใบขัดมอญ (Sida rhombifolia L.) พอกศีรษะแก้ปวดหัว
- ตำร่วมกับใบกระท่อม ใบยอ ใบเพกา ใช้เป็นยาพอกแก้ม้ามโต
- ใบต้มน้ำ ให้หญิงหลังคลอดอาบ และใช้ทาถูภายนอก แก้ปวดหลัง เอว และปวดข้อ
- น้ำคั้นจากใบ หรือ ผงใบหนาดใหญ่แห้ง ทาแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
- ใบ ชงน้ำร้อน กินตอนอุ่นๆ ใช้แก้ไข้ ขับเหงื่อ ในไทย
- ชาวบ้านบางแห่งก็ใช้ใบหนาดใหญ่ อังไฟให้ร้อน แล้วนำมาห่อตัวบริเวณที่มีการอักเสบ หรือ ทางใต้จะใช้รองหัว (ก้อนหินเผาไฟ) ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยแก้ปวดหลังปวดเอว แก้อักเสบ แก้ฟก บวม บรรเทาอาการปวดเมื่อย ช่วยผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อ และยังมีตำรับยาที่ใช้ใบหนาดนำมาดองกับเหล้า เพื่อเก็บไว้ใช้นานๆ สำหรับทาถูแก้ปวด เช่น ปวดข้อรูมาติกส์ และแก้คัน แก้ลมพิษได้ด้วย หนาดเป็นสมุนไพรหลักตัวหนึ่งที่นิยมใส่ในตำรับยาอบ และในลูกประคบ
- สาวภูไทยใช้เป็นส่วนผสมในยาสระผม โดยสาวภูไทยผมยาวสลวยจะใช้ใบหนาด ใบมะนาว รากแหน่งหอม (ว่านสาวหลง) ต้มกับน้ำข้าวหม่า (น้ำที่แช่ข้าวเหนียวทิ้งค้างคืนไว้) แล้วใช้เป็นยาสระผม ทำให้ผมหอมกรุ่น ใบหนาดยังแก้วิงเวียน แก้ปวดหัวได้ดีโดยการตำใบหนาดให้พอละเอียด นอนลง หรือ นั่งเอนหลัง แล้วนำมาวางข้างขมับ และหน้าผาก ใช้แก้ปวดหัวได้ หรือจะต้มใส่หม้อเอาไอรม เพื่อรักษาอาการวิงเวียนก็ได้
- ชาวม้งจะใช้ยอดอ่อนนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปตุ๋นใส่ไข่ ใช้กินเป็นยารักษาโรคไข้มาลาเรีย
- รากหนาดใหญ่ใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้หวัด
- ตำรับยาแก้ปวดประจำเดือน ให้ใช้รากหนาด 30 กรัม และเอี๊ยะบ๊อเช่า 18 กรัม นำมารวมกันต้มกับน้ำกิน
- ตำรับยาแก้เริมบริเวณผิวหนัง ด้วยการใช้ใบหนาด 20 กรัม, ขู่เซินจื่อ 20 กรัม, โด่ไม่รู้ล้ม 20 กรัม, จิงเจี้ย 20 กรัม, เมล็ดพุดตาน 15 กรัม, ไป๋เสี้ยนผี 30 กรัม, และใบสายน้ำผึ้ง 30 กรัม นำมารวมกันต้มเอาน้ำชะล้างแผล
- ตำรับยาแก้ปวดประจำเดือน ให้ใช้รากหนาด 30 กรัม และเอี๊ยะบ๊อเช่า 18 กรัม นำมารวมกันต้มกับน้ำกิน
- ใบเป็นส่วนผสมในยาสมุนไพรอาบรักษาอาการผิดเดือนสำหรับสตรีหลังคลอดลูกร่วมกับใบเปล้าหลวง (ลำเชิน)และใบหมากป่า
- รากหนาดใหญ่ นำมาต้มในน้ำผสมกับรากเปล้าหลวง (ลำเชิน) ใช้เป็นยาห่มรักษาอาการผิดเดือน (ลั้วะ)
- ใบหนาดใหญ่ นำมาขยี้แล้วดมแก้อาการเลือดกำเดาไหล
- ใบอ่อน ทุบแล้วแช่น้ำดื่มแก้อาการท้องร่วง หรือ ใช้ต้มน้ำร่วมกับ ใบช่านโฟว (ว่านน้ำเล็ก) ลำต้นป้วงเดียตม เครือไฮ่มวย ต้นถ้าทางเมีย ต้นเดี่ยปวง (สามร้อยยอด) ใบสะโกวเดี๋ยง (เดื่อฮาก) ใบจ้ากิ่งยั้ง (ก้านเหลือง) ใบทิ่นหุ้งจา (ฝ่าแป้ง) ให้สตรีหลังคลอดบุตรที่อยู่ไฟอาบเพื่อช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น (ถ้าหาสมุนไพรได้ไม่ครบก็ให้ ใช้เท่าที่หาได้) (เมี่ยน)
- ใบหนาดใหญ่ ใช้เป็นที่ปะพรมน้ำมนต์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายร่วมกับกิ่ง พุทรา (คนเมือง)
- พิมเสน สกัดใบหนาดใหญ่ และยอดอ่อนด้วยไอน้ำ จะได้น้ำมันหอมทำให้เย็น พิมเสนก็จะตกผลึก แล้วกรองแยกเอาผลึกพิมเสนมาใช้ประมาณ 0.15-0.3 กรัม นำมาป่นให้เป็นผงละเอียด หรือ ทำเป็นยาเม็ดกินเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องร่วง หรือ ใช้ขับลม เมื่อใช้ภายนอกนำผงมาโรยใส่บาดแผล แผลอักเสบ แก้กลากเกลื้อน และแผลฟกช้ำ เป็นต้น
- ใบและยอดอ่อนหนาดใหญ่ ใช้ใบและยอดอ่อนแห้งประมาณ 10-18 กรัม นำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาแก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ ปวดท้อง ขับเสมหะ แก้ริดสีดวงจมูก ขับลมในลำไส้ ขับพยาธิ แก้บิด บำรุงกำลัง หรือ ใช้ภายนอกด้วยการบดให้เป็นผงละเอียดผสมสุรา ใช้พอก หรือ ทาแผลผกช้ำ ฝีบวม อักเสบ แผลฝีหนอง บาดแผลสด ห้ามเลือด แก้ปวดหลังเอว ปวดข้อ และแก้กลากเกลื้อน เป็นต้น
- รากหนาดใหญ่ ใช้รากสด ประมาณ 15-30 กรัม นำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาแก้บวม ปวดข้อ ปวดท้อง ท้องเสีย ขับลม ทำให้การหมุนเวียนของโลหิตดี และแก้ปวดเมื่อยหลังคลอดแล้ว เป็นต้น

ลักษณะทั่วไปของหนาดใหญ่
หนาดใหญ่ เป็นไม้พุ่ม หรือ ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สูง 1-4 เมตร ลำต้นกลม กิ่งก้านมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร
ใบหนาดใหญ่ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น คล้ายเส้นไหม และมีกลิ่นหอม กว้าง 2-20 เซนติเมตร ยาว 8-40 เซนติเมตร ปลายใบ และโคนใบแหลม ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน หรือ ฟันเลื่อย ก้านใบมีรยางค์ 2-3 อัน
ดอกหนาดใหญ่ เป็นช่อ ออกที่ปลายกิ่ง หรือ ซอกใบ เป็นช่อกลม ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน กว้าง 6-30 เซนติเมตร ยาว 10-50 เซนติเมตร มีริ้วประดับหลายชั้น บางครั้งริ้วประดับอาจยาวกว่าดอก รูปขอบขนาน แคบยาว 1-9 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านหลังมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกย่อยมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง ฐานดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร ดอกสมบูรณ์เพศมีหลอดดอกยาว 4-7 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นหลอด รูปไข่ ปลายแหลม มีขนนุ่ม ดอกตัวเมียมีหลอดดอกเล็กเรียว ยาวไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2-4 แฉก เกลี้ยง
ผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวราว 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย เป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว

การขยายพันธุ์หนาดใหญ่
หนาดใหญ่ ขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด นิยมปลูกไว้หน้าบ้านด้วยมีความเชื้อว่าสามารถขับไล่ผี และสิ่งที่ไม่ดีออกจากบ้านได้ แต่โดยมากมักขยายพันธุ์เอาโดยธรรมชาติ โดยอาศัยลมพัด ผลของหนาดใหญ่ ไปตกตามที่ต่างๆ และเกิดเป็นต้นออกมา ซึ่งเป็นการกระจายพันธุ์โดยอาศัยธรรมชาติ
ที่มา:disthai.com


































