ต้นเนียมหอม (หรือ เนียมอ้ม) เป็นพืชสมุนไพรและไม้หอมโบราณ
เนียมอ้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ :Chloranthus spicatus (Thunb.) Makino
(ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ :Chloranthus inconspicuus Sw.)
จัดอยู่ในวงศ์ :กระดูกไก่ (CHLORANTHACEAE)
สมุนไพรเนียมอ้ม มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า :ต๋านม่วง ม่วงต๋าน (เชียงใหม่), พังกะ (เลย), เนียม, ฝอยฝา เกดเมือง เนียมสวน (กรุงเทพฯ), กระดูกกบ (สุราษฎร์ธานี), ราก ราม (ปัตตานี), เนียมอ้ม (ภาคเหนือ), เนียม เนียมจีน เนียมบ้าน (ไทย), กกฟ้า เล่งม้ง (จีน) เป็นต้น

สรรพคุณทางยาและประโยชน์
ใบสด
- ใช้แก้หวัด แก้ไข้ และแก้ไอ
- ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
- ช่วยขับลมในลำไส้
- ใช้พอกฝีหรือแผลน้ำร้อนลวก
ใบแห้ง:
- ใช้ปรุงเป็นยานัตถุ์
- นำไปอบผ้าหรือวางไว้ตามจุดต่างๆ ในบ้าน (ยิ่งแห้งยิ่งหอม)
ดอก
- ใช้ชงเป็นยาน้ำดื่มเพื่อช่วยแก้ไอ
ราก
- มีรสหอมร้อน ใช้ต้มดื่มขับเหงื่อ
- ใช้เป็นยารักษาโรคมาลาเรีย (ควรระวังเรื่องการใช้เกินขนาดเพราะอาจเป็นพิษ)

การใช้ประโยชน์อื่นๆ
- ดองเหล้า: นิยมใช้ใบสดลนไฟแช่ในเหล้า ช่วยให้รสชาติเหล้ามีความนุ่มละมุนขึ้น ดับกลิ่นฉุน แต่ยังคงดีกรีความแรงไว้เท่าเดิม สามารถดูแนวทางการนำไปใช้และพูดคุยในหมู่คนรักสมุนไพรได้ผ่านกลุ่มบ้านนา สวนพันธุ์ไม้ และกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการใช้ประโยชน์จากใบเนียม
- เครื่องหอม: ใช้ปรุงยาเส้น ใบพลู หรือใช้แต่งกลิ่นในอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย
ลักษณะของเนียมอ้ม
- ต้นเนียมอ้ม จัดเป็นพรรณไม้ล้มพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบ ๆ ต้น ต้นเป็นสีเขียว มีความสูงได้ประมาณ 1-3 ฟุต ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่พบขึ้นตามป่าชื้นทั่วไป
- ใบเนียมอ้ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลมหรือมนก็มี โคนใบสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ ๆ ทู่ ๆ แผ่นใบเป็นสีเขียว ผิวใบเป็นปุ่ม ๆ ก้านใบยาวประมาณ 0.5 นิ้ว
- ดอกเนียมอ้ม ออกดอกเป็นช่อยาวบริเวณส่วนยอดของก้าน ก้านหนึ่งจะมีช่อดอกประมาณ 5-7 ช่อ ส่วนตัวดอกนั้นมีขนาดเล็ก จะออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ กลางดอกมีเกสร 3 อัน
- ผลเนียมอ้ม ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ก้านผลนั้นจะค่อย ๆ เรียวไปหาโคน

สรรพคุณของเนียมอ้ม
- ชาวจีนจะใช้รากเนียมอ้มปรุงเป็นยาแก้โรคมาลาเรีย (ราก)
- ดอกนำมาชงเป็นยาดื่มแต่น้ำเป็นยาแก้ไอ (ดอก)
- รากมีสรรพคุณเป็นยาขับเหงื่อ (ราก)
- รากใช้เป็นยาพอกหัวฝีหรือสิว (ราก)
- ข้อควรระวัง : สำหรับการใช้รากนั้น อย่าใช้มากจนเกินไปหรือเกินกว่าขนาดที่กำหนด เพราะจะทำให้เป็นพิษได้
ที่มา:medthai.com
































