หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร ทำความรู้จัก “กล้วยเปรี้ยว” (บักผีผ่วน) ผลไม้ป่าสีสด รสเปรี้ยวอมหวาน

ทำความรู้จัก “กล้วยเปรี้ยว” (บักผีผ่วน) ผลไม้ป่าสีสด รสเปรี้ยวอมหวาน

1
0

หากเดินเข้าไปในป่าลึกในช่วงฤดูฝน สีแดงสดสะดุดตาของผลไม้ชนิดหนึ่งที่ห้อยระย้าเป็นพวงคล้ายหวีกล้วยขนาดจิ๋ว มักจะดึงดูดสายตาของนักเดินทางได้เสมอ สิ่งนี้คือ “กล้วยเปรี้ยว” หรือที่ชาวอีสานเรียกกันด้วยชื่อสุดเป็นเอกลักษณ์ว่า “บักผีผ่วน” ผลไม้ป่ารสเลิศที่ปัจจุบันเริ่มหาทานได้ยาก แต่กลับเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสมุนไพรและเรื่องราวทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ

ทำความรู้จัก “กล้วยเปรี้ยว” (บักผีผ่วน) ผลไม้ป่าสีสด รสเปรี้ยวอมหวาน

แม้จะมีชื่อขึ้นต้นว่ากล้วย แต่ในความเป็นจริงกล้วยเปรี้ยวไม่ได้อยู่ในตระกูลเดียวกับกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอมที่เรารับประทานกันทั่วไป แต่มันคือไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าดิบชื้น

ลักษณะเด่นทางพฤกษศาสตร์

สายเลื้อยพัน: เป็นไม้เถาที่สามารถเลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่ไปได้ไกลหลายสิบเมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม

ดอกสวยสะดุดตา: ดอกมีกลีบหนา สีชมพูอมม่วงไปจนถึงแดงเข้ม มีความสวยงามจนบางพื้นที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ

ผลทรง “นมสัตว์”: ผลออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีประมาณ 25-35 ผล เมื่อสุกจะมีสีแดงจัดจ้าน รสชาติเปรี้ยวอมหวาน (หวานส้ม) มีเมล็ดสีดำอยู่ภายในจำนวนมาก

ชื่อเรียกหลากหลายตามภูมิภาค

เสน่ห์อย่างหนึ่งของผลไม้ชนิดนี้คือชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น:

ภาคอีสาน: บักผีผ่วน

ภาคใต้: กล้วยมูสัง, กล้วยหมูสัง, นมควาย หรือนมวัว (เรียกตามรูปทรงที่คล้ายเต้านมสัตว์)

ภาคกลางและภาคตะวันออก: นมแมวใหญ่, กล้วยเปรี้ยว

สรรพคุณทางยาและประโยชน์ใช้สอย

กล้วยเปรี้ยวไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน:

บำรุงโลหิต: แก่นหรือเปลือกต้นนำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงเลือด แก้กษัยเส้น และบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

แก้ปัญหาระบบปัสสาวะ: รากสามารถนำมาต้มดื่มเพื่อช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ

ภูมิปัญญาชาวบ้าน: เปลือกต้นที่มีความเหนียวสูง ถูกนำมาลอกทำเป็นเชือกสำหรับมัดสิ่งของในสมัยก่อน

สมดุลนิเวศ: เป็นแหล่งอาหารชั้นดีของสัตว์ป่า โดยเฉพาะชะมด (มูสัง) ที่โปรดปรานผลสุกของต้นไม้ชนิดนี้มาก

“กล้วยเปรี้ยว” หรือ “บักผีผ่วน” คือภาพสะท้อนของความอุดมสมบูรณ์ในป่าไทยที่เป็นทั้งอาหารและยาในคราวเดียวกัน แม้ในปัจจุบันจะกลายเป็นผลไม้หาทานยากที่ต้องรอคอยช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่คุณค่าของมันยังคงถูกกล่าวขานผ่านชื่อเรียกและสรรพคุณทางยาที่สืบทอดกันมา การเพาะเมล็ดเพื่ออนุรักษ์ไม้ป่าชนิดนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและรสชาติแห่งความทรงจำให้อยู่คู่กับท้องถิ่นสืบไป

ที่่มา:board.postjung.com