หน้าแรก รอบรู้สมุนไพร เนียมอ้ม สรรพคุณและประโยชน์ของต้นเนียมอ้ม 4 ข้อ !

เนียมอ้ม สรรพคุณและประโยชน์ของต้นเนียมอ้ม 4 ข้อ !

1
0

ต้นเนียมหอม (หรือ เนียมอ้ม) เป็นพืชสมุนไพรและไม้หอมโบราณ

เนียมอ้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ :Chloranthus spicatus (Thunb.) Makino

(ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ :Chloranthus inconspicuus Sw.)

จัดอยู่ในวงศ์ :กระดูกไก่ (CHLORANTHACEAE)

สมุนไพรเนียมอ้ม มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า :ต๋านม่วง ม่วงต๋าน (เชียงใหม่), พังกะ (เลย), เนียม, ฝอยฝา เกดเมือง เนียมสวน (กรุงเทพฯ), กระดูกกบ (สุราษฎร์ธานี), ราก ราม (ปัตตานี), เนียมอ้ม (ภาคเหนือ), เนียม เนียมจีน เนียมบ้าน (ไทย), กกฟ้า เล่งม้ง (จีน) เป็นต้น

สรรพคุณทางยาและประโยชน์

ใบสด

  • ใช้แก้หวัด แก้ไข้ และแก้ไอ
  • ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
  • ช่วยขับลมในลำไส้
  • ใช้พอกฝีหรือแผลน้ำร้อนลวก

ใบแห้ง:

  • ใช้ปรุงเป็นยานัตถุ์
  • นำไปอบผ้าหรือวางไว้ตามจุดต่างๆ ในบ้าน (ยิ่งแห้งยิ่งหอม)

ดอก

  • ใช้ชงเป็นยาน้ำดื่มเพื่อช่วยแก้ไอ

ราก

  • มีรสหอมร้อน ใช้ต้มดื่มขับเหงื่อ
  • ใช้เป็นยารักษาโรคมาลาเรีย (ควรระวังเรื่องการใช้เกินขนาดเพราะอาจเป็นพิษ)

การใช้ประโยชน์อื่นๆ

  • ดองเหล้า: นิยมใช้ใบสดลนไฟแช่ในเหล้า ช่วยให้รสชาติเหล้ามีความนุ่มละมุนขึ้น ดับกลิ่นฉุน แต่ยังคงดีกรีความแรงไว้เท่าเดิม สามารถดูแนวทางการนำไปใช้และพูดคุยในหมู่คนรักสมุนไพรได้ผ่านกลุ่มบ้านนา สวนพันธุ์ไม้ และกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการใช้ประโยชน์จากใบเนียม
  • เครื่องหอม: ใช้ปรุงยาเส้น ใบพลู หรือใช้แต่งกลิ่นในอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย

ลักษณะของเนียมอ้ม

  • ต้นเนียมอ้ม จัดเป็นพรรณไม้ล้มพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบ ๆ ต้น ต้นเป็นสีเขียว มีความสูงได้ประมาณ 1-3 ฟุต ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่พบขึ้นตามป่าชื้นทั่วไป
  • ใบเนียมอ้ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลมหรือมนก็มี โคนใบสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ ๆ ทู่ ๆ แผ่นใบเป็นสีเขียว ผิวใบเป็นปุ่ม ๆ ก้านใบยาวประมาณ 0.5 นิ้ว
  • ดอกเนียมอ้ม ออกดอกเป็นช่อยาวบริเวณส่วนยอดของก้าน ก้านหนึ่งจะมีช่อดอกประมาณ 5-7 ช่อ ส่วนตัวดอกนั้นมีขนาดเล็ก จะออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ กลางดอกมีเกสร 3 อัน
  • ผลเนียมอ้ม ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ก้านผลนั้นจะค่อย ๆ เรียวไปหาโคน

สรรพคุณของเนียมอ้ม

  • ชาวจีนจะใช้รากเนียมอ้มปรุงเป็นยาแก้โรคมาลาเรีย (ราก)
  • ดอกนำมาชงเป็นยาดื่มแต่น้ำเป็นยาแก้ไอ (ดอก)
  • รากมีสรรพคุณเป็นยาขับเหงื่อ (ราก)
  • รากใช้เป็นยาพอกหัวฝีหรือสิว (ราก)
  • ข้อควรระวัง : สำหรับการใช้รากนั้น อย่าใช้มากจนเกินไปหรือเกินกว่าขนาดที่กำหนด เพราะจะทำให้เป็นพิษได้

ที่มา:medthai.com