หน้าแรก สรรพคุณสมุนไพร 1 ส่วนในต้นบวบ ใช้เป็น “สมบัติล้ำค่า” ของตับ-ตา-ผิวหนัง แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ ทิ้งเกลี้ยง!

1 ส่วนในต้นบวบ ใช้เป็น “สมบัติล้ำค่า” ของตับ-ตา-ผิวหนัง แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ ทิ้งเกลี้ยง!

1
0

สิ่งหนึ่งจากต้นบวบ ที่คนรู้ถือว่าเป็น “สมบัติล้ำค่า” ต่อ ตับ ดวงตา และผิวพรรณ แต่ถ้าไม่รู้… ก็อาจทิ้งไปเหมือนของไร้ค่า!

โดยปกติแล้ว เวลานึกถึงบวบ คนส่วนใหญ่มักกินเฉพาะผล ใบอ่อน หรือบางครั้งก็ดอก แต่จริงๆ แล้ว “ใบของต้นบวบ” เองก็ถือเป็นสมุนไพรชั้นดี ถ้าใช้ให้ถูกวิธี!

ในแพทย์แผนโบราณ “บวบ” ถือเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าสูง เพราะทุกส่วนของต้นล้วนให้ประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะ “ใบบวบ” ที่มีสรรพคุณมากมาย ใช้ง่าย แต่กลับถูกมองข้ามและมักถูกทิ้งโดยไม่รู้คุณค่า

1.บำรุงตับ ล้างสารพิษ

  • ไม่ว่าจะใช้ใบสด หรือใบแห้ง ก็ล้วนมีคุณประโยชน์มากมาย ต่อไปนี้คือ 8 สรรพคุณเด่นของใบบวบ ที่ควรรู้และควรใช้ให้เป็นใบบวบแก่ที่นำไปตากแห้งแล้วชงเป็นชา หรือใช้ต้มดื่ม มีฤทธิ์ช่วย ลดความร้อนในร่างกาย และ ขับสารพิษออกจากตับ ได้ดี
  • สารบางชนิดในใบบวบยังช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ลดไขมันพอกตับ และต้านการอักเสบ เมื่อดื่มเป็นประจำ จะช่วยป้องกันอาการ ตับร้อน ตับมัน หรือการอักเสบของตับในระยะเริ่มต้น และช่วยเสริมการทำงานในการขับสารพิษของตับ

2.รักษาโรคผิวหนัง

ใบบวบสด มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อและต้านการอักเสบตามธรรมชาติ จึงถูกนำมาใช้รักษา โรคผิวหนังอักเสบ, ฝี, สิว หรือโรคน้ำกัดเท้า ได้ดี
เพียงนำใบสดมาล้างให้สะอาด แล้ว ตำพอแหลก แล้วพอกหรือถูเบาๆ บริเวณที่มีปัญหา จะช่วยลดอาการคัน บวมแดง และกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูเร็วขึ้น

3.บำรุงสายตา

  • ใบบวบอุดมด้วย วิตามินเอ แมงกานีส และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยบำรุงจอประสาทตา ลดอาการตาแห้ง ตาล้า โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ
  • การดื่ม น้ำใบบวบแห้งต้ม เป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังดวงตา และลดความเสี่ยงต่อ จุดรับภาพเสื่อม (Macular Degeneration)

4.แก้อาการเจ็บคอ

น้ำใบบวบสดที่ตำแล้วผสมเกลือ สามารถใช้ บ้วนปากหรือกลั้วคอ ช่วยบรรเทาอาการ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ
ใบบวบมีสารต้านจุลชีพจากธรรมชาติที่ช่วยลดการระคายเคืองและบวมแดงของคอได้ดี หากใช้วันละ 2–3 ครั้งเมื่อเริ่มมีอาการ จะช่วยบรรเทาได้อย่างชัดเจน

5.ลดสิว จุดด่างดำ และฟื้นฟูผิว

  • ใบบวบมีฤทธิ์ ลดความร้อนในร่างกาย และ ต้านการอักเสบ จึงเหมาะสำหรับผู้มีปัญหาสิวอักเสบ จุดด่างดำ หรือผิวหมองคล้ำ
  • ใช้น้ำใบบวบสดล้างหน้า หรือทาให้ทั่วผิว จะช่วยฆ่าเชื้อ ลดการระคายเคือง และกระชับรูขุมขน
  • เมื่อดื่มชาใบบวบแห้งเป็นประจำ ร่างกายจะได้รับวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ผิวขาวใสจากภายใน

6.ดูแลช่องปากและเหงือก

  • ชาใบบวบแห้งช่วย ขจัดกลิ่นปาก ลดการอักเสบของเหงือก และป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
  • ส่วนใบบวบที่เผาจนกลายเป็นผง สามารถนำไปผสมกับน้ำมันงา ใช้ทาเหงือกหรือฟันได้ ช่วยให้เหงือกแข็งแรง และลดปัญหาเลือดออกขณะแปรงฟัน
  • ด้วยคุณสมบัติฆ่าเชื้อและต้านอนุมูลอิสระ ใบบวบยังช่วยป้องกันฟันผุและปกป้องเคลือบฟันตามธรรมชาติ

7.รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (เล็กน้อย)

  • ใบบวบสดที่ตำพอแหลกแล้วพอกบริเวณแผลไฟไหม้เล็กน้อย ช่วยลดความร้อนและอาการแสบร้อน
  • ยังช่วย ลดการพองของผิวหนัง และกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิว ได้เร็วขึ้น
  • เมื่อแผลแห้งแล้ว แนะนำให้ดื่มชาใบบวบเพิ่มเติม จะช่วยให้ผิวคืนสีสม่ำเสมอและลดรอยแผลเป็นได้

8.ขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ

  • ใบบวบมีฤทธิ์ ขับปัสสาวะ จึงช่วยลดอาการบวมน้ำที่ขา มือ หรือหน้าท้อง
  • ในทางพื้นบ้าน นิยมต้มใบบวบกับสมุนไพร “ห้ารส” ดื่มติดต่อกันหลายวัน เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดอาการบวม โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน หรือทานเค็มมากเกินไป

ข้อควรระวังในการใช้ใบบวบ

  1. ควรเลือกใบแก่ที่ ขนไม่เยอะ เพื่อลดการระคายเคือง
  2. ไม่ควรใช้ใบที่ เหี่ยว เน่า ขึ้นรา หรือมีรอยแมลงกัด
  3. ปริมาณที่แนะนำ ใบแห้ง 10–15 กรัมต่อวัน และใบสด 20–30 กรัมต่อวัน (ใช้ต้มดื่มหรือชงชา แบ่งดื่ม 2 มื้อ/วัน)
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ติดต่อกันเกิน 10 วัน
  5. ไม่แนะนำ สำหรับ
  • หญิงตั้งครรภ์
  • หญิงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีความดันต่ำ
  • ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือ “ธาตุเย็น” เพราะใบบวบมีฤทธิ์เย็น อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือหนาวใน
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคตับ ไต หรือใช้ยารักษาโรคอยู่ ควร ปรึกษาแพทย์ ก่อนใช้
  • หากใช้ภายนอกแล้วมีอาการ คัน แดง บวม หรือแสบผิว ควรล้างออกทันทีและหยุดใช้

ที่มา:sanook.com