หน้าแรก สรรพคุณสมุนไพร แจกสูตรสมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า

แจกสูตรสมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า

1
0

วิธีรักษาน้ำกัดเท้า โรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม เราสามารถใช้ยาหรือสมุนไพรบางชนิดบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วย

น้ำกัดเท้า หรือ ฮ่องกงฟุต เป็นโรคผิวหนัง ที่พบได้บ่อยในสภาพอากาศที่อับชื้น อย่างในช่วงฤดูฝนหรือช่วงน้ำท่วมที่ต้องเดินลุยน้ำ ทำให้เท้าอับชื้น เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา โรค อาจลุกลามและเกิดการติดเชื้อได้ วันนี้เลยอยากชวนมาอ่านวิธีรักษาน้ำกัดเท้า ใช้ยาอะไร หรือใช้สมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า ชนิดใดได้บ้าง พร้อมการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

สมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้ามีอะไรบ้าง

หากต้องการใช้สมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้แนะนำให้ใช้ 5 สมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนังและน้ำกัดเท้าตามศาสตร์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ดังนี้

1.ขมิ้นชัน

มีสรรพคุณแก้คัน บรรเทาอาการผดผื่นคัน ยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อราได้ดี

วิธีใช้ขมิ้นชันรักษาน้ำกัดเท้า

  • ขมิ้นชันสด : นำเหง้าขมิ้นชันสดฝนกับน้ำต้มสุกแล้วทาบริเวณที่มีอาการ หรือตำกับน้ำแล้วนำมาชโลมแผลน้ำกัดเท้าก็ได้
  • ขมิ้นชันผง : นำผงขมิ้นชันผสมกับน้ำเล็กน้อย ทาบริเวณที่มีอาการ
  • เมื่อหายเป็นปกติแล้วให้ใช้ต่อเนื่องอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้อาการหายขาด

2.ข่าแก่

ข่ามีฤทธิ์รักษาโรคผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคน้ำกัดเท้าได้ รวมทั้งรักษากลาก เกลื้อน และแก้ลมพิษได้ด้วย

วิธีใช้ข่ารักษาน้ำกัดเท้า

  • เหง้าข่าสด : นำเหง้าข่าแก่สดเท่าหัวแม่มือมาทุบหรือตำให้ละเอียด ผสมเหล้าโรงจนเข้ากันดี แล้วนำน้ำข่ามาทาบริเวณที่มีอาการหลาย ๆ ครั้งจนกว่าอาการจะทุเลาลง
  • ทิงเจอร์ข่า : นำเหง้าข่าแก่สดทุบพอหยาบ ใส่ลงในโหลแก้วที่สะอาด เติมแอลกอฮอล์ล้างแผลพอท่วม หมักไว้ 7 วัน หมั่นคนเช้า-เย็น จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่มีอาการ
  • เมื่อหายเป็นปกติแล้วให้ใช้ต่อเนื่องอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้อาการหายขาด

3.ใบพลู

ใบพลูมีสารสำคัญหลายชนิดที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยเฉพาะน้ำมันหอมระเหย Betel oil ที่มีสรรพคุณยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบนผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคน้ำกัดเท้า

วิธีใช้ใบพลูรักษาน้ำกัดเท้า

  • นำใบพลูมาล้างสะอาด แล้วตำใบพลูผสมกับเหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์
  • ทาติดต่อกันจนกว่าแผลจะดีขึ้น

4.เปลือกมังคุดแห้ง

เปลือกมังคุดแห้งมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและมีฤทธิ์ช่วยรักษาแผลน้ำกัดเท้าได้

วิธีใช้เปลือกมังคุดแห้งรักษาน้ำกัดเท้า

  • นำเปลือกมังคุดแห้งมาฝนกับน้ำหรือน้ำปูนใสให้ข้นพอควร
  • ทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง

5.ทองพันชั่ง

ในทองพันชั่งมีสาร Diospyrol ที่มีฤทธิ์รักษาเชื้อรา กลาก เกลื้อน และต้านอาการผิวหนังอักเสบ จึงใช้รักษาน้ำกัดเท้าได้

วิธีใช้ทองพันชั่งรักษาน้ำกัดเท้า

  • ใบทองพันชั่ง : ใช้ใบทองพันชั่งประมาณ 1 กำมือ ตำให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหรือทาบริเวณที่เป็น วันละ 3-4 ครั้ง ติดต่อกันทุกวัน จนกว่าแผลจะหาย
  • ยาทิงเจอร์ทองพันชั่ง : นำใบทองพันชั่ง 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโขลกพอหยาบ ใส่ลงในโหลแก้วที่สะอาด เติมแอลกอฮอล์ล้างแผลพอท่วม ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 7 วัน หมั่นคนเช้า-เย็น เมื่อครบกำหนดกรองเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่มีอาการ
  • เมื่อหายเป็นปกติแล้วให้ใช้ต่อเนื่องอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้อาการหายขาด

เป็นน้ำกัดเท้า ดูแลตัวเองอย่างไร

สำหรับคนที่มีอาการน้ำกัดเท้า ควรดูแลตัวเองดังนี้

ทายาเป็นประจำตามคำแนะนำบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์สั่ง

  • ไม่เกาบริเวณที่เป็นโรค เพราะอาจติดเชื้อซ้ำเติม ใช้เวลารักษานานขึ้นไปอีก
  • ไม่แช่เท้าในน้ำเป็นเวลานาน ยกเว้นว่าเลี่ยงไม่ได้ควรใส่รองเท้าบูตก่อนลงน้ำ และต้องล้างเท้าด้วยน้ำสบู่ทันทีหลังขึ้นจากน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง
  • หากเท้ามีบาดแผลควรทำแผลและทายาฆ่าเชื้อโรค เช่น เบตาดีน, โพวิโดน, ไอโอดีน เป็นต้น
  • ระวังการตัดเล็บเท้าที่อาจเกิดบาดแผลและเป็นทางเข้าของเชื้อโรค

วิธีป้องกันโรคน้ำกัดเท้า

ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดหลังลุยน้ำ สัมผัสน้ำสกปรก โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ควรใช้สบู่ฟอกให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิท

  • เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน โดยใส่ถุงเท้าที่ซักสะอาดและแห้งสนิท ระบายอากาศได้ดี
  • เลือกใส่รองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ใส่รองเท้าที่อับชื้น
  • พยายามไม่สัมผัสน้ำสกปรก และหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำที่ท่วมขัง
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น รองเท้า ถุงเท้า ผ้าเช็ดตัว เพราะโรคนี้สามารถติดต่อกันได้
  • ทำความสะอาดพื้นที่เปียกชื้นเป็นประจำ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ
  • หากมีเหงื่อออกมากบริเวณเท้า สามารถใช้แป้งฝุ่นทาเพื่อช่วยดูดซับเหงื่อ

น้ำกัดเท้า หรือฮ่องกงฟุต เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากใช้ยาอย่างถูกวิธี แต่ก็กลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกันถ้ายังคงเดินย่ำน้ำหรือสัมผัสน้ำที่สกปรกแล้วไม่ดูแลรักษาความสะอาดเท้าให้ดี ดังนั้น จึงควรรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โรคผิวหนังที่น่ารำคาญนี้จะได้ไม่กลับมากวนใจ

ที่มา:kapook.com